ชุมชนคุณธรรมบ้านพิพิธภัณฑ์ จังหวัดอุดรธานี

บ้านพิพิธภัณฑ์ เป็นชุมชนชาติพันธุ์ไทพวนอพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๗ มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ ด้านภาษาพูด ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นตามฮีตสิบสองภาคอีสาน จากบ้านเชียงค้นพบภาชนะลายเขียนสี แหล่งขุดค้นที่วัดโพธิ์ศรีใน แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่มีพัฒนาการภูมิปัญญา สร้างสังคมวัฒนธรรมของมนุษย์ที่มีการสืบเนื่องต่อกันมายาวนาน

หมู่บ้านแห่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม แหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ ชุมชนบ้านเชียงมีความสามัคคี และมีศักยภาพต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ของลวดลายภาชนะดินเผาลายเขียนสี ลายเชือกทาบ ก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียง มาต่อยอดสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยชุมชนร่วมคิด ร่วมทำร่วมรับผลประโยชน์ มาพัฒนาสร้างสรรค์สู่สากล 

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

หลุมขุดค้นทางโบราณคดี วัดโพธิ์ศรีใน
ตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์ศรีใน ซึ่งอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ไปทางทิศตะวันออก ประมาณ ๕๐๐ เมตร เป็นสถานที่สำคัญหนึ่งที่เก็บรักษาศิลปะเครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียงที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมได้ 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง
ก่อตั้งขึ้นหลังการเสด็จประพาสเยี่ยมชมหลุมขุดค้นทางโบราณคดีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่  20 มีนาคม พ.ศ. 2515 การเสด็จประพาสดังกล่าวได้กระตุ้น และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง  ซึ่งกำลังประสบปัญหาการลักลอบค้าโบราณวัตถุในขณะนั้น 

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทพวนบ้านเชียง
สถานที่รวบรวมองค์ความรู้ และถ่ายทอดประวัติความเป็นมาของบ้านเชียง การจัดแสดงเรื่องราวของท้องถิ่น ประวัติบุคคลสำคัญของชุมชน การเล่าประวัติโรงเรียน วัดสำคัญในพื้นที่ เช่น วัดโพธิ์ศรีใน ประเพณี งานบุญสำคัญ ภายนอกอาคาร โดยใช้พื้นที่รอบ ๆ อาคารนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิต เช่น เกวียนในอดีตใช้บรรทุกข้าว เครื่องมือ เครื่องใช้การทำนา กี่ หรือหูกทอผ้า พร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ 

บ้านไทพวน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง
เดิมเป็นบ้านของนายพจน์ มนตรีพิทักษ์ บ้านหลังนี้สร้างอยู่ในบริเวณแหล่งโบราณคดีที่เคยขุดพบโบราณวัตถุจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.๙) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จมาทอดพระเนตรหลุมขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2515 โดยได้ประทับ ณ บ้านหลังนี้ ทรงถามถึงทุกข์สุข และชีวิตความเป็นอยู่แบบไทพวน ต่อมาภายหลังนายพจน์ได้มอบให้แก่กรมศิลปากรดูแล 

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

สวนสาธารณะ บึงนาคำ
ในเขตตำบลบ้านเชียงมีหนองน้ำธรรมชาติ ที่สวยงาม ปัจจุบันได้จัดภูมิทัศน์รอบหนองน้ำ  ให้เป็นสวนสาธารณะที่ชุมชนบ้านเชียง ตั้งชื่อว่า “บึงนาคำ” ได้ใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกายในยามเช้าและยามเย็น

พุทธอุทยาน วัดสันติวนาราม (วัดป่าดงไร่)
วัดสันติวนาราม (วัดป่าดงไร่) มีพระอุโบสถกลางน้ำทรงดอกบัว หนึ่งเดียวในสยาม” วัดสันติวนาราม (วัดป่าดงไร่) เป็นพระอุโบสถกลางน้ำทรงดอกบัว ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ทรงดอกบัว มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 19 เมตร สูง 19 เมตร มีกลีบดอกบัว 24 กลีบ รูปภาพวาดบนผนังดอกบัว เป็นรูปภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติพระพุทธเจ้า มีองค์พระประธานสีขาวอยู่ภายในอุโบสถให้กราบไหว้ขอพร

วัดสันติวนาราม หรือวัดป่าดงไร่
ทางวัด ร่วมกับชุมชนมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  เช่น ปลูกผักปลอดสารพิษ  การทำธนาคารปุ๋ยหมักชีวภาพ  การเลี้ยงปลาการทำนา

กิจกรรมการท่องเที่ยว

การบายศรีสู่ขวัญ
ลานวัฒนธรรมการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาแบบคณะศึกษาดูงานชมฟ้อนรำไทพวนบ้านเชียง  กลองยาวอีสาน และรับประทานอาหารพาแลง

ชมการสาธิตการย้อมสีคราม สาธิตการทอผ้า
กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านเชียง   แหล่งผลิต ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญา สาธิตการมัดย้อมฝ้ายจากสีคราม  การทอผ้า  และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สินค้าแปรรูปจากผ้า ของชุมชน

กิจกรรมถนนสายบุญ ใส่บาตรพระ
ลานวัฒนธรรม หรือ บริเวณถนนหน้าบ้านพัก นักท่องเที่ยวใส่บาตรที่หน้าบ้านพักโฮมสเตย์ เวลา ๐๖.๓๐ -๐๗.๓๐ น.หรือ บริเวณ หน้าลานวัฒนธรรม ถนนสายบุญ ในทุกวันอาทิตย์ ที่ ๑ และ ที่ ๓ ของเดือน โดยมีพระสงฆ์ จำนวน ๕ วัด มารับบิณฑบาต

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมวัดสนวนนอก จังหวัดบุรีรัมย์

หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมแบบครบวงจร ที่อยู่ร่วมกันแบบ เครือญาติ มีชาติพันธุ์ไท – เขมร ใช้ภาษา “แขมร์” เป็นภาษาถิ่น มีการหลอมรวมวิถีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมที่ลงตัวและยังคงรักษากลิ่นอายชาติพันธุ์เขมร สามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้ ด้วยมีระยะทางห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์เพียง 12 กิโลเมตร

เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไหม กลิ่นอายวิถีชีวิตแบบเซราะกราว ที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายตามแบบชาติพันธุ์ไท – เขมร มีผ้าไหมยกดอกพิกุล ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง ผ้าที่เกิดจากผสมผสานระหว่างชาติพันธุ์ไท – ลาว และไท – เขมร การละเล่นเรือมตรด ขนมตดหมา วิหารคู่ พระพุทธรูปไม้โบราณ โฮมสเตย์และรีสอร์ทไว้รองรับนักท่องเที่ยว    

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

วัดสนวนนอก
ภายในวัดสนวนนอก    มีพุทธอุทยานทำดี    ละชั่ว  กลัวบาป เดิมมีชื่อว่า  “อุทยานหยุดทำชั่วเถิด”  สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช  ๒๕๑๙ และมีโบสถ์ สร้างตั้งคู่กันอยู่ 2 หลัง ภายในมีพระประธานที่สวยงาม  

ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าไหมบ้านสนวนนอก
แหล่งทอผ้าไหมและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

กำแพงดินและ คูเมืองโบราณ
เป็นกำแพงดิน จำนวน  ๓ ชั้น มีคูเมืองอยู่ตรงกลางระหว่างกำแพงดิน  ความสูงของกำแพงดิน  ประมาณ  ๑  เมตร  ๕๐  เซนติเมตร สันนิษฐานว่าเมื่อประมาณ  ๑,๕๐๐  ปี เป็นกำแพงป้องกันภัยจากศัตรูและอาจเคยเป็นฐานทัพ  

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

สะพานยายชุน
สร้างขึ้นครั้งแรกประมาณปี พ.ศ.๒๔๒๘ ด้วยเงินบริจาคของยายชุน ผู้เป็นเศรษฐีนี ในยุคสมัยนั้น  ลักษณะของสะพานเป็นกระดานไม้แผ่นเดียววางทอดกัน ระยะทางประมาณ  ๕๐ เมตร เพื่อข้ามลำห้วยจากฝั่งหมู่บ้านสนวนนอกไปยังทุ่งนา

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
เป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน ของนายประถม  โกติรัมย์ ซึ่งเริ่มทำมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2545 บนเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 

กิจกรรมการท่องเที่ยว

การบายศรีสู่ขวัญ
ลานวัฒนธรรม ประเพณีดั้งเดิมที่เชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลเกิดความสวัสดิ์ดีกับผู้รับขวัญ โดยใช้ภาษาถิ่น คือ ภาษา “แขมร์” เป็นบทเรียกขวัญ 

การแสดงรำตรด
ลานวัฒนธรรม เป็นการละเล่นพื้นบ้าน ใช้เล่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และใช้ภาษาถิ่นในการแสดง 

ตักบาตร
วัดสนวนนนอก หรือหน้าบ้าน ทำบุญตักบาตร  ตอนเช้าที่วัดสนวนนอกหรือหน้าบ้าน

ทอผ้า
ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าไหมบ้านสนวนนอก เรียนรู้และทดลองทอผ้า

ฐานบ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
ฐานบ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เรียนรู้และทดลองปลูกหม่อน เลี้ยงไหม

ฐานบ้านนก
ฐานบ้านนก เรียนรู้และทดลองทำนกจากกะลามะพร้าว

ฐานบ้านจักสาน
ฐานบ้านจักสาน เรียนรู้และทดลองจักสานจากไม้ไผ่

ฐานบ้านกระดิ่ง
ฐานบ้านกระดิ่ง เรียนรู้และทดลองทำกระดิ่ง

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมบ้านโคกเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟปลายบัด มีชาติพันธุ์ไท – ลาว และ ไท – เขมร ที่มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้วยมีโบราณสถานเป็นทุนทางวัฒนธรรม อาทิ ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทเขาปลายบัด กุฏิฤาษี และสามารถเชื่อมโยงไปยังอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ด้วยระยะทางเพียง 8 กิโลเมตร

ตามรอยอารยธรรมขอมทวารวดีสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ เที่ยวชมโบราณสถานอายุกว่า 1,400 ปี รอบ ๆ ชุมชน เรียนรู้วิถีวัฒนธรรม สินค้าภูมิปัญญา อาทิ ผ้าไหมลายผักกูด  ผ้าหมักโคลนบารายพันปี ข้าวภูเขาไฟเขาปลายบัด เสื่อกกยกลาย สมุนไพรเขาปลายบัด พร้อมที่พักมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย  

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

ปราสาทเมืองต่ำ
ปราสาทที่สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 ตามคติศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีอายุการก่อสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 1,000 ปี

กุฏิฤาษี
อโรคยศาลในพุทธศาสนามหายา สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ครอบคลุม เนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวา

ปราสาทเขาปลายบัด 1
ศาสนสถานที่สร้างในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงราวกลางพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นศิลปะเขมรแบบคลัง -บาปวน

ปราสาทเขาปลายบัด 2
ศาสนสถานตั้งอยู่บนสันเขาตามความเชื่อศาสนาฮินดู มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 ในรัชกาลของพระเจ้าหรรษวรมันที่ 1 ศิลปะเขมรแบบเกาะแกร์ ปัจจุบันพังทลายเหลือเพียงผนังด้านทิศเหนือ และทิศตะวันออก เนื่องจากถูกนักล่าของเก่าระเบิดทำลาย เพื่อขุดหาโบราณวัตถุ

ตลาดโบราณ
ตลาดชุมชน จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของคนในชุมชน เปิดจำหน่ายทุกวันช่วงเช้าและเย็น

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ภูเขาไฟปลายบัด
ภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว  ปากปล่อง มีลักษณะเหมือนพระจันทร์ครึ่งซีก สูง 289 เมตร จากระดับนน้ำทะเลปานกลาง มีปราสาทตั้งอยู่ 2 หลัง ได้แก่ ปราสาทปลายบัด 1 และปลายบัด 2 อยู่ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร 

บารายเมืองต่ำ
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ อยู่บริเวณเหนือตัวปราสาทเมืองต่ำ สร้างขึ้นในสมัยเดียวกับปราสาทเมืองต่ำ คือประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 เป็น สถานที่กักเก็บน้ำ เพื่อใช้ในสาธารณูปโภคในสมัยนั้น 

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

องุ่นภูเขาไฟ
ไร่องุ่นออแกนิค ตั้งอยู่เชิงเขาปลายบัด เปิดให้ชมระหว่างเดือนธันวาคม – เมษายน หรือจนกว่าองุ่นจะหมด 

239 ฟาร์มปูนา
ฟาร์มปูนาที่ได้นำระบบน้ำใต้ดินมาช่วยในการบริหารจัดการพื้นที่

กิจกรรมการท่องเที่ยว

การบายศรีสู่ขวัญ
ลานวัฒนธรรม ประเพณีดั้งเดิมที่เชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลเกิดความสวัสดิ์ดีกับผู้รับขวัญ โดยพราหมณ์จะใช้ภาษาอีสาน เป็นบทนำกล่าว 

การแสดงพื้นบ้าน
ลานวัฒนธรรม แสดงพื้นบ้านชุด เมืองต่ำระบำขอม เป็นชุดการแสดงที่จัดเตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว 

ปั่นจักรยาน
รอบบริเวณชุมชน ปั่นจักรยาน ชมบายรายเมืองต่ำ กุฏิฤาษี ปราสาทเมืองต่ำ ทัศนียภาพรอบชุมชน เช็คอินที่จุดชมวิวต้นตาลคู่ อุโมงค์ต้นไม้ สะพานขอม

ตักบาตร
หน้าตลาดโบราณ ทำบุญตักบาตร ตอนเช้า หน้าตลาด 

ย้อมผ้าหมักโคลนบารายพันปี
กลุ่มผ้าหมักโคลน หมู่ 15 เรียนรู้และทดลองย้อมผ้าแบบโบราณ ด้วยการหมักโคลนจากบารายกุฎิฤาษี

ทอเสื่อกก
กลุ่มเสื่อกกคนพิการ เรียนรู้ขั้นตอนการทอเสื่อกก และทดลองทอเสื่อกก 

ทอผ้า
กลุ่มทอผ้า บ้านโคกเมือง เรียนรู้และทดลองทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย 

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมบ้านเจริญสุข จังหวัดบุรีรัมย์

ชุมชนตั้งอยู่เชิงเขาพระอังคาร ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่มอดดับลงแล้ว ก่อให้เกิดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีจุดเรียนรู้ต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง ลักษณะของดินเคยเป็นทางไหลลาวาที่มีแร่ธาตุและความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพเกษตรกรรม และได้เป็นแหล่งกำเนิด “ผ้าภูอัคนี” ผ้าย้อมดินจากภูเขาไฟ

ป่าชุมชนบ้านเจริญสุข พร้อมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศตลอดเส้นทาง ทั้งเส้นทางเดินเท้าและขึ้นรถอีแต๊กเที่ยวชมเนินกระต่าย อ่างเก็บน้ำปากปล่องภูเขาไฟ น้ำตกซับโพธิ์ เขาราชสีห์ (ถ้ำเสือ) ซับลึกลับ เนินค้อนศรีโคตร เหล่าฝ้าย และสักการะพระใหญ่ที่วัดเขาอังคาร ชมสถาปัตยกรรมสมัยขอมและผ้าย้อมดินภูเขาไฟ “ผ้าภูอัคนี”

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

วัดเขาพระอังคาร
เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขาอังคาร บริเวณวัดเป็นปากปล่องภูเขาไฟคาดว่าเคยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสมัยทวารวดีมีโบสถ์ที่ประยุกต์จากสถาปัตยกรรมหลายสมัย ดูสวยงามแปลกตา

การย้อมผ้าภูอัคนี
ฐานเรียนรู้กลุ่มสตรีทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย   ตำบลเจริญสุข

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ป่าชุมชน
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะมีจุดเรียนรู้ ตลอดเส้นทาง เริ่มจาก เนินกระต่าย อ่างเก็บน้ำปากปล่องภูเขาไฟ น้ำตกซับโพธิ์ เขาราชสีห์ (ถ้ำเสือ) ซับลึกลับ เนินค้อนศรีโคตร เหล่าฝ้าย 

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนลำไยภูเขาไฟ
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เปิดให้นักท่องเที่ยวชม ชิม ช้อป

กิจกรรมการท่องเที่ยว

การบายศรีสู่ขวัญ
ลานวัฒนธรรม ประเพณีดั้งเดิมที่เชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลเกิดความสวัสดิ์ดีกับผู้รับขวัญ 

การแสดงพื้นบ้าน
ลานวัฒนธรรม แสดงหมอลำพื้นบ้านและการแสดงชุด ฟ้อนรำวันทาผ้าภูอัคนี เป็นชุดการแสดงที่จัดเตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว 

ทำบุญตักบาตร
วัดบ้านเจริญสุข ทำบุญตักบาตร ตอนเช้าที่วัดบ้านเจริญสุข หรือใส่บาตรหน้าบ้าน 

ย้อมผ้าภูอัคนี
ฐานเรียนรู้การย้อมผ้าภูอัคนี ทดลองและเรียนรู้การย้อมผ้าภูอัคนี ซึ่งเป็นผ้าย้อมจากดินภูเขาไฟ

ไข่เค็มอัคนี
ฐานเรียนรู้การทำไข่เค็มอัคนี ทดลองและเรียนรู้การทำไข่เค็มอัคนี โดยมีส่วนผสมของดินจากภูเขาไฟ

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมวัดโพธาราม จังหวัดยโสธร

ชุมชนคุณธรรม วัดโพธาราม บ้านห้องแซง เป็นชุมชนชาวพุทธ วิถีผู้ไทที่มีความสุข ความดีงามมีสภาพแวดล้อมที่ดี และมีความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ แบ่งปันความสุข สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวดุจญาติมิตร 

ชุมชนคุณธรรม วัดโพธาราม บ้านห้องแซง มีการอนุรักษ์สืบสานฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ และประเพณีปฏิบัติตามหลักศาสนา มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือภาษาผู้ไท อาหารพื้นถิ่น การทอผ้ามัดหมี่ภูไท คนในชุมชนแต่งกายด้วยผ้ามัดหมี่ภูไทที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

วัดโพธาราม
เป็นแหล่งเรียนรู้ประจำชุมชน เป็นศูนย์กลาง ในการประกอบพิธีการทางศาสนา และกิจกรรมของชุมชน

ศูนย์การเรียนรู้ วิถีวัฒนธรรมภูไทห้องแซง วัดป่าจันทรวนาราม

ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชตำบลห้องแซง

ตลาดวัฒนธรรมวิถีถิ่น วิถีผู้ไท ตลาดต้องชม

ศูนย์การเรียนรู้การทอผ้า ย้อมสีธรรมชาติ

กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง ผ้ามัดหมี่บ้านห้องแซง (แม่พลอยฝ้ายภูไท)

เสากลางบ้าน

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

อ่างเก็บน้ำห้วยลิงโจน

ภูถ้ำพระ

ภูร่มเย็นมโนธรรม (ภูตากแดด) หินสามก้อน

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

 กิจกรรมการท่องเที่ยว

การทำบุญตักบาตร
หน้าบ้านพัก โฮมสเตย์ วัดโพธาราม/ วัดป่าจันทวนาราม นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้มี ส่วนร่วมในการทำบุญตักบาตรตอนเช้า ณ บริเวณหน้าบ้านพักโฮมสเตย์ และบริเวณชุมชนฯ

การบายศรีสู่ขวัญ
วัดโพธาราม/ วัดป่าจันทวนาราม การบายศรีสู่ขวัญ  กิจกรรมพาแลง

ฐานเรียนรู้ การทำขันหมากเบ็ง
วัดโพธาราม/ วัดป่าจันทวนาราม การทำขันหมากเบ็ง บายศรี ดอกไม้ใบตอง ใบเตย

ฐานเรียนรู้ สมุนไพรพื้นบ้าน
วัดโพธาราม/วัดป่าจันทวนาราม เรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรพื้นบ้าน อาทิเช่น
-การทำลูกประคบ
-ยาต้มสมุนไพรโบราณ เป็นต้น

ฐานเรียนรู้ หมอลำ หมอแคน
วัดโพธาราม/ วัดป่าจันทวนาราม ชมและร่วมสนุกกับการแสดงของศิลปินผู้ไท (หมอลำ หมอแคน)

ฐานเรียนรู้ การจักสาน
วัดโพธาราม/ วัดป่าจันทวนาราม

ฐานเรียนรู้การละเล่นพื้นบ้าน
วัดโพธาราม/วัดป่าจันทวนาราม การละเล่นพื้นบ้าน อาทิเช่น
-ม้าโยกเยก
-ดีดบักแต้ เป็นต้น

ฐานเรียนรู้การทอผ้า
วัดโพธาราม/ วัดป่าจันทวนาราม

ฐานเรียนรู้ลงโข่ง หรือ การลงข่วง
วัดโพธาราม/ วัดป่าจันทวนาราม การลงโข่ง หรือ การลงข่วง  เป็นบริเวณที่หนุ่มสาว มาพบปะพูดคุยกัน โดย  ฝ่ายหญิงปั่นฝ้าย ฝ่ายชายเป่าแคน

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมบ้านภูมิโปน จังหวัดสุรินทร์

เป็นชุมชนที่มีปราสาทเก่าแก่ที่มีอารยธรรมของ “ขอม” บริเวณปราสาทปรากฏร่องรอยการทำชลประทานในสมัยโบราณ คือ มีน้ำสองชั้น เป็นลักษณะคันดินล้อมรอบน้ำ และรอบคันดิน ซึ่งเป็นภูมิศาสตร์ที่หลงเหลือไว้ให้เห็น คำว่า “ภูมิโปน” มาจากภาษาเขมร “ปูม” ซึ่งแปลว่าแผ่นดินหรือสถานที่ และ คำว่า “โปน” มาจากคำว่า “ปูน” แปลว่าหลบซ่อน จากความหมายของชื่อก็มีความสัมพันธ์กับตำนานท้องถิ่น ที่เกี่ยวกับปราสาทแห่งนี้คือ ตำนานเรื่อง “เนียงด็อฮธม” ซึ่งแปลว่า “นางนมใหญ่” 

ชุมชนคุณธรรมบ้านภูมิโปน ผู้คนมีความโอบอ้อมอารี พร้อมทั้งยินดีต้อนรับผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมเยือนภายในชุมชนด้วยความเป็นมิตรตลอดเวลา ชุมชนมีอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ชาวไทยเชื้อสายเขมรที่แสดงออกมาอย่างเด่นชัด ทั้งเรื่องการแต่งกาย ภาษา อาหาร การแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีพิธีกรรมต่าง ๆ 

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

ปราสาท ภูมิโปน
ปราสาทภูมิโปน ประกอบด้วย โบราณสถาน 4 หลัง คือ ปราสาทก่ออิฐ 3 หลัง และศิลาแลง 1 หลัง มีอายุการก่อสร้าง อย่างน้อย 2 สมัย ปราสาทก่ออิฐหลังใหญ่ และหลังทางทิศเหนือสุด นับเป็นปราสาท แบบศิลปะเขมร ที่มีอายุเก่าที่สุด ในประเทศไทย คือราวพุทธศตวรรษที่ 13
ส่วนปราสาทอิฐหลังเล็ก ที่ตั้งตรงกลาง และปราสาทที่มีฐานศิลาแลง ด้านทิศใต้นั้น สร้างขึ้นในสมัย หลังปราสาทภูมิโปน คงจะสร้างขึ้น เป็นศาสนสถาน ในศาสนาฮินดู ไศวนิกาย เช่นเดียวกับศาสนสถานอื่นๆ ในรุ่นเดียวกัน แม้จะไม่พบ รูปเคารพ ซึ่งควรจะเป็นศิวลึงค์ อยู่ภายในองค์ปรางค์แต่ที่ปรางค์องค์ใหญ่ ยังมีท่อโสมสูตร คือ ท่อน้ำมนต์ ที่ต่อออกมา จากแท่นฐานรูปเคารพ ในห้องกลาง ติดอยู่ที่ผนังในระดับพื้นห้อง

พิพิธภัณฑ์โรงเรียนดมวิทยาคาร
พิพิธภัณฑ์โรงเรียนดม วิทยาคาร จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2537 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและผู้ที่สนใจด้านประวัติศาสตร์โดยได้รับการสนับสนุนจากชุมชนในบริเวณใกล้เคียง เช่น บ้านภูมิโปน บ้านดม ในการบริจาควัตถุสิ่งของต่าง ๆ เพื่อนำมาจัดแสดง

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

สระน้ำโบราณ
เป็นลักษณะคูกำแพงเมือง เขื่อนดินโบราณ และสระน้ำ โดยเฉพาะน้ำเป็นระบบชลประทานที่ถูกออกแบบมา มีจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ สระลำเจียก สระตา สระกนาล สระตราว และสระปรือ 

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

โครงการเศรษฐกิจพอเพียงสวนมะนาว คุณสุจิน ยวนจิต
เป็นสวนมะนาวที่ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ซึ่งเป็นอีกแนวทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรที่ต้องการให้มะนาวสามารถออกลูกนอกฤดู และง่ายต่อการจัดการ เนื่องจากการปลูกในบ่อซีเมนต์สามารถปลูกให้มีขนาดทรงพุ่มเท่ากับการปลูก ใน แปลงดินได้ และง่ายต่อการงดน้ำ   เพื่อบังคับให้ออกลูก นอกฤดู

กิจกรรมการท่องเที่ยว

การบายศรีสู่ขวัญ
ลานวัฒนธรรม ปราสาทภูมิโปน เป็นกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญแบบพื้นบ้าน โดยใช้บายศรี ข้าวตอก

ร่วมการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม เช่น เรือมอันเร
ลานวัฒนธรรม ปราสาทภูมิโปน   เรือม แปลว่า “รำ” ลู้ด แปลว่า “กระโดดหรือเต้น” อันเร แปลว่า “สาก” ฉะนั้นคำว่า เรือมอันเร หรือ ลู้ดอันเร แปลว่า “รำสาก” หรือ “เต้นสาก” เรือมอันเรหรือ ลูดอันเร เป็นการละเล่นของชาวไทยเชื้อสายเขมรจังหวัดสุรินทร์ที่เล่นกันในเดือนห้า(แคแจด) ซึ่งถือเป็นวันพักผ่อนประจำปี

ปั่นจักรยาน/ นั่งรถซาเล้ง
บริเวณชุมชนบ้านภูมิโปน กิจกรรมปั่นจักรยาน/นั่งรถซาเล้ง ตามเส้นทางท่องเที่ยวในชุมชน

ร่วมรับประกอบอาหารพื้นบ้าน (คาว/หวาน)
ลานวัฒนธรรม ปราสาทภูมิโปน /สุจินโฮมสเตย์ ร่วมรับประทานอาหารพื้นบ้านอันแสนอร่อย กบยัดไส้ ไก่อบสมุนไพร น้ำพริกแคบหมู ขนมปะการันเจก ขนมเนียล

งานฝีมือ/งานประดิษฐ์
ฐานการเรียนรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์   ผ้าไหม ณ บ้าน นาง รัตติยา จินดาวงษ์ รวมทำงานฝีมือ /งานประดิษฐ์ เช่น การปักกระเป๋าใส่แก้ว
ฐานการเรียนรู้งานจักสาน การสานตั๊กแตนจากใบลาน ใบมะพร้าว และสามารถนำกลับไปเป็นของฝากได้

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมวัดสว่างอารมณ์กู่ จังหวัดร้อยเอ็ด

ชุมชนคุณธรรมฯ วัดสว่างอารมณ์กู่ เป็นชุมชนที่มีวิถีวัฒนธรรมของชาวอีสาน คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เป็นสังคมแบบเครือญาติ มีคติความเชื่อที่ถือปฏิบัติมาตั้งแต่บรรพบุรุษ สภาพหมู่บ้าน/ชุมชน นิยมตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นกลุ่มตามสายเครือญาติ เรียกว่าคุ้ม หลาย ๆ คุ้มรวมกันเป็นหมู่บ้าน

ชุมชนมีการแต่งกายที่เป็นอัตลักษณ์ โดยจะสวมใส่ชุดผ้าไหมลายเต่าทอง เป็นลวดลายผ้าไหมพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบ้านกู่กาสิงห์ นอกจากนี้คนในชุมชนยังมีความรัก ความสามัคคีกัน โอบอ้อมอารีย์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน มีมิตรไมตรีแก่ผู้มาเยือน เป็นชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

โบราณสถาน กู่กาสิงห์
ปราสาทกู่กาสิงห์ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดบูรพากู่กาสิงห์น้อยลักษณะเป็นปราสาทอิฐสามหลังตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ ๘ มี.ค. ๒๔๓๘

โบราณสถาน กู่โพนระฆัง
กู่โพนระฆัง ตั้งอยู่ห่างจากกู่กาสิงห์ประมาณ ๕๐๐ เมตร ปรางค์ประธานก่อด้วยหินศิลาแลง ล้อมรอบด้วยกำแพงสี่เหลี่ยม ซึ่งมีซุ้มประตู หรือโคปุระอยู่ด้านหน้าเพียงด้านเดียว มีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กรุด้วยศิลาแลง

โบราณสถาน กู่โพนวิจ
กู่โพนวิจ ตั้งอยู่ห่างจากกู่กาสิงห์ประมาณ ๓๐๐ เมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ ๓ งาน สภาพเป็นเนินดินขนาดใหญ่ ฐานก่อด้วยหินศิลาแลง 

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

แปลงนาข้าวหอมมะลิ ทุ่งกุลาร้องไห้
ทุ่งกุลาร้องไห้คือแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในประเทศ เป็นที่ราบอันมีอาณาเขตกว้างขวางใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เป็นข้าวหอมมะลิที่อร่อยที่สุดของไทย คือมีลักษณะความนุ่มของข้าวและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ มีพื้นที่ทั้งหมด ๒๖ ไร่ ๓ งาน โดยจัดทำเป็นแปลงนาข้าวหอมมะลิ จำนวน ๑๐ ไร่ ทำสวน ปลูกผัก สร้างบ้าน บ่อเลี้ยงปลา โรงสีข้าว จำนวน ๑๖ ไร่ ๓ งาน 

กิจกรรมการท่องเที่ยว

การบายศรีสู่ขวัญ
โบราณสถาน กู่กาสิงห์ เมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปถึงยังชุมชน จะมีมัคคุเทศก์แนะนำกิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชน โดยหนึ่งในกิจกรรมการท่องเที่ยวก็จะมีการบายศรีสู่ขวัญให้กับนักท่องเที่ยว

การรำต้อนรับ นักท่องเที่ยว
โบราณสถาน กู่กาสิงห์ การแสดงทางศิลปะวัฒนธรรม ที่ทางชุมชนจัดไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมก็คือ การรำซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวชุมชนกู่กาสิงห์ เป็นการแสดงความยินดีที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนชุมชน

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมบ้านสันทางหลวง จังหวัดเชียงราย

บ้านสันทางหลวง เป็นอีกหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และทางวัฒนธรรมมีจุดเด่นเกี่ยวกับ “วิถีชีวิต ชาวไทยอง” คนในชุมชนบ้านสันทางหลวงส่วนใหญ่ยังคงสืบสานและดำเนินชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมไทยอง จนมีคำพูดติดปากของชาวสันทางหลวงว่า “กิ๋นอย่างยอง อู้อย่างยอง อยู่อย่างยอง”  

ชุมชนบ้านสันทางหลวง ร้อยละ ๙๐ เป็นชาวไทยอง มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยองที่โดดเด่น อาทิ อาหาร เครื่องแต่งกาย ภาษา วิถีชีวิต เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นคือการปลูกพืชผักเกษตรอินทรีย์ปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP, โครงการบ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง ร่วมกับศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ 

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

วัดสันทางหลวง
เป็นศาสนสถานสำคัญของชุมชนและเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน

ฐานการเรียนรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมชุมชนบ้านสันทางหลวง
ฐานการเรียนรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมชุมชน จำนวน ๑๘ ฐาน เช่น กลุ่มผ้าทอมือ กลุ่มผ้าปัก กลุ่มหมอนดูดกลิ่น (หมอนใบชา) กลุ่มตุ๊กตา กลุ่มจักสานจิ๋ว กลุ่มลาบ กลุ่มข้าวแคบ กลุ่มดาวอินคา กลุ่มขนมพื้นบ้าน และกลุ่มระบายสีร่ม เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

จุดชมวิวธรรมชาติบ้านสันทางหลวง
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของชุมชนบ้านสันทางหลวง เป็น บรรยากาศทุ่งนาตามธรรมชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานเยี่ยมชมและรับบรรยากาศแบบท้องทุ่งในยามเช้าตรู่หรือยามเย็น  เพื่อชมวิถีชีวิตของคนบ้านสันทางหลวง

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ศูนย์เรียนรู้วิถีเกษตรปลอดสารพิษชุมชนบ้านสันทางหลวง
ชุมชนคุณธรรมบ้านสันทางหลวง ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ ปลูกพืชผักเกษตรอินทรีย์ปลอดภัย โดยมีโครงการ สำคัญร่วมกับศูนย์พัฒนาพันธุ์พืช จักรพันธ์เพ็ญศิริ คือ โครงการปลูกผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP, โครงการบ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง

 กิจกรรมการท่องเที่ยว

กิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน
ลานวัฒนธรรมลานขันโตก วิถีไท วิถียองสัมผัสวิถีวัฒนธรรมไทยอง และรับชมการแสดงที่ได้มีการนำเอาวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมในการทอผ้าของคนไทยองในขั้นตอนต่าง ๆ ของการทอผ้า มาปรับประยุกต์ และออกแบบท่าฟ้อนตามยุคสมัยที่สื่อถึงขั้นตอนของการทอผ้าในสมัยก่อนของคนไทยอง นำมาแสดงร่วมกับดนตรีล้านนาผ่านทางท่วงท่าลีลาความอ่อนช้อยในการฟ้อนสาวไหม พร้อมกับรับประทานอาหารขันโตกตามแบบวัฒนธรรมไทยอง

การบายศรีสู่ขวัญ
ลานวัฒนธรรมลานขันโตก วิถีไท วิถียอง การบายศรีสู่ขวัญหรือเรียกขวัญ โดยกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนบ้านสันทางหลวง เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานในการต้อนรับผู้มาเยือนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ ให้เกียรตินักท่องเที่ยว/คณะศึกษาดูงานในการที่มาเยือน

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมบ้านเมืองรวง จังหวัดเชียงราย

ชุมชนคุณธรรมบ้านเมืองรวง ก่อตั้งประมาณปี พ.ศ. ๒๓๙๗  ผู้ที่ริเริ่มก่อสร้างหมู่บ้าน ครั้งแรกเป็นชาวลวง ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยให้ชื่อหมู่บ้านว่าบ้าน “เมืองลวง” ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้มีการเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านจากเมืองลวง เป็น “เมืองรวง” โดยได้ใช้ชื่อนี้ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

บ้านเมืองรวง เป็นชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงที่เข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ พระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” ภายใต้มูลนิธิชัยพัฒนาของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นชุมชนคุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

วัดท่าไคร้
เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน ส่งเสริมให้คนในชุมชนปฏิบัติศาสนกิจร่วมกันเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างพร้อมเพรียง ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนนำประเพณีล้านนา “การฮ้องขวัญหรือเรียกขวัญ”  เป็นการต้อนรับและสร้างความสัมพันธ์ให้เกียรติ แก่ผู้มาเยือน

สถานปฏิบัติธรรม วัดพุทธมิ่งโมลี (พุทธสถานถ้ำพระพุทธมิ่งโมลีศรีแม่กรณ์)
เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่มีสถาปัตยกรรมงานปั้นองค์พระพุทธรูป และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่สวยงาม เป็นสถานที่ ที่สงบร่มรื่น เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เลื่อมใส เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาตามประเพณี เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนชาวตำบลและตำบลใกล้เคียง 

ร้านกาแฟอาข่ามิโน
ร้านกาแฟอาข่ามิโน ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาวิธีการปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า หรือกาแฟอาข่า ที่ถูกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของกาแฟ ที่มีเอกลักษณ์ของรสชาติเฉพาะตัว ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มลองรสชาติของกาแฟสด ไปพร้อม ๆ กับชมทิวทัศน์โดยรอบ ที่สำคัญได้เรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านของชนเผ่าอาข่า โดยเฉพาะ “การโล้ชิงช้า” 

 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

พุทธสถานถ้ำพระมิ่งโมลีศรีขุนกรณ์
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดพุทธมิ่งโมลี” โดยพุทธสถานแห่งนี้ นับเป็นสถานปฏิบัติธรรม ของคนในชุมชน มีจุดเด่น คือ การสร้างสถาปัตยกรรมแบบล้านนาตะวันออกที่งดงาม และวิจิตร ไม่ว่าจะเป็นงานปั้นองค์พระพุทธรูป ทั้งยังรายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ให้ความสงบ ร่มเย็น เหมาะแก่การไปทำบุญและพักผ่อนกับการชมวิวแบบ 360 องศาไปพร้อม ๆ กัน

จุดชมวิว ๓๖๐ องศา บ้านเมืองรวง
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของชุมชนบ้านเมืองรวง คือ บรรยากาศทุ่งนา ตามธรรมชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานเยี่ยมชมและรับบรรยากาศแบบท้องทุ่งในยามเช้าตรู่ หรือยามเย็น เพื่อชมวิถีชีวิตและรับบรรยากาศแบบธรรมชาติ บนท้องไร่ท้องนาในแบบวิถีชีวิตของคนบ้านเมืองรวง

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ศูนย์เรียนรู้ เกษตรผสาน บ้านแม่ซ้อ
เป็นครัวเรือนต้นแบบ ในโครงการที่อยู่ภายใต้มูลนิธิชัยพัฒนาของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  นักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้ โดยเฉพาะการทำเกษตรผสมผสานแบบปลอดสารพิษ การปลูกไม้ดอกไม้ผล พืชผักนานาชนิด การเลี้ยงไก่ในบริเวณบ้าน การปรุงดิน ที่สำคัญคือ การผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน”

ศูนย์เรียนรู้บ้านเศรษฐกิจพอเพียง บ้านสับปะรดสี
นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และเข้าถึงวิธีการปลูกสับปะรดสีซึ่งเป็นไม้ประดับที่มีความโดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์ ความสวยงาม นอกจากนี้ ยังได้ชมความงามของไม้ดอกไม้ประดับที่หลากหลายอีกด้วย

กิจกรรมการท่องเที่ยว

การบายศรีสู่ขวัญหรือเรียกขวัญ
วัดท่าไคร้ บทบาทศาสนสถานในการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี ได้ส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มสูงอายุในชุมชนนำประเพณีล้านนา “การบายศรีสู่ขวัญหรือเรียกขวัญ” ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานในการต้อนรับผู้มาเยือนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้เกียรตินักท่องเที่ยว/คณะศึกษาดูงาน ในการที่มาเยือน

การบริการนักท่องเที่ยว
ชุมชนบ้านเมืองรวง มีร้านขายของชุมชน ลานวัฒนธรรมชุมชน การให้บริการรถรางเพื่อชมทัศนียภาพที่นั่งพักผ่อนบริเวณข้างๆ ป้ายบอกทาง และสัญลักษณ์ที่ช่วยให้ข้อมูลของชุมชน จักรยานสำหรับบริการ
นักท่องเที่ยว ห้องน้ำตามจุดต่างๆ โฮมสเตย์สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืน ร้านกาแฟสำหรับการพักผ่อนดื่มด่ำกับทัศนียภาพ

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม