อุโมงค์ปิยะมิตร จังหวัดยะลา

ที่ตั้ง หมู่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา
๑.อุโมงค์ปิยะมิตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นอุโมงค์ดินที่อดีตขบวนการคอมมิวนิสต์มลายา ใช้เป็นฐานที่มั่นปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง หลบภัยทางอากาศ สะสมเสบียงอาหาร อุโมงค์มีลักษณะคดเคี้ยวเข้าไปในภูเขายาวประมาณ ๑ กิโลเมตร ลึก ๕๐-๖๐ ฟุต มีทางเข้าและออก ๙ ทาง ปัจจุบันเหลือเพียง ๖ ทาง ตลอดทางภายในอุโมงค์จะพบเห็นร่องรอยของการดำเนินชีวิตที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เช่น ที่นอนเตียงดินก่อติดกับผนัง อุปกรณ์ในการสู้รบ และเครื่องไม้เครื่องมือในการเดินป่า รวมทั้งห้องบัญชาการรบ ซึ่งจุคนได้ถึง ๒๐๐ คน บริเวณภายนอกอุโมงค์เดิมเคยเป็นลานกว้างสำหรับฝึกกำลังพล ปัจจุบันมีการจัดนิทรรศการแสดงภาพและเรื่องราวประวัติศาสตร์รวมถึงวิถีการดำเนินชีวิตในป่าสำหรับให้ความรู้นักท่องเที่ยว
๒.วัน/เวลา/ช่วงเวลา เปิด-ปิด ของสถานที่
ทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น.
๓.ค่าธรรมเนียมเข้าสถานที่/ค่าบริการต่าง ๆ ๔๐ บาท
๔.เบอร์โทรศัพท์ ติดต่อสอบถาม
๐๘ ๙๒๙๗ ๘๒๓๑
๕.ช่องทางออนไลน์
Facebook : บ้านอุโมงค์ปิยะมิตร เบตง
๖.สิ่งอำนวยความสะดวก/ห้องน้ำ/ทางลาด/ที่จอดรถ/ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว/ร้านอาหาร

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

บ่อน้ำร้อนรีสอร์ท & สปา จังหวัดยะลา

ที่ตั้ง หมู่๒ ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา
๑.ประเภทของที่พัก รีสอร์ท
๒.จำนวนห้อง 35 ห้อง
๓.ประเภทห้องพัก/ราคา บังกะโลราคา 1,000 บาท ห้องธรรมดาราคา 650 บาท ห้องนอนรวม พักได้ 11 คน ราคา 2,200 บาท
๔.สิ่งอำนวยความสะดวก/กิจกรรมพิเศษ
เครื่องทำน้ำอุ่นทุกห้อง Wifi ห้องซาวน่า และบ่อแช่น้ำร้อนสลับกับบ่อแช่น้ำเย็น
๕.เบอร์โทรศัพท์ ติดต่อสอบถาม
08 9655 5016
๖.ช่องทางออนไลน์
เฟสบุ๊ค : บ่อน้ำร้อนรีสอร์ท แอนด์ สปา อ.เบตง จ.ยะลา

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

บ่อน้ำร้อนเบตง จังหวัดยะลา

ที่ตั้ง หมู่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา
๑.บ่อน้ำร้อนเบตง ตั้งอยู่ที่บ้านบ่อน้ำร้อน หมู่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นบ่อน้ำร้อนตามธรรมชาติ มีพื้นที่ประมาณ ๓ ไร่ โดยจะมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ประมาณ ๘๐ องศาเซลเซียส ซึ่งตรงจุดที่มีน้ำเดือดนี้ สามารถต้มไข่ไก่เป็นไข่ออนเซ็นภายใน 5 นาที และสามารถต้มไข่ไก่จนสุกได้ภายใน 7 นาที บ่อน้ำร้อนเบตงเป็นพื้นที่ในการดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา โดยได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบบ่อน้ำร้อน ให้มีความสวยงาม แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ เพื่อให้เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนหย่อนใจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ โดยคนในชุมชนร่วมต้อนรับสร้างบรรยากาศที่ดีในการท่องเที่ยว ในบริเวณพื้นที่บ่อน้ำร้อนเบตง มีสระน้ำขนาดใหญ่ สำหรับให้ประชาชน นักท่องเที่ยว อาบน้ำ แช่เท้า โดยสามารถบรรเทาโรคผิวหนัง อาการปวดเมื่อย อาการเหน็บชา และมีห้องพัก “บ่อน้ำร้อนรีสอร์ท & สปา” จำนวน 34 ห้อง รองรับนักท่องเที่ยวได้ ๗๐ คน ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 08 9655 5016
๒.วัน/เวลา/ช่วงเวลา เปิด-ปิด ของสถานที่
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.
๓.ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว (ช่วงเดือน) ตลอดปี
๔.ค่าธรรมเนียมเข้าสถานที่/ค่าบริการต่างๆ –
๕. กิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจ แช่เท้าคลายเส้น ลวกไข่ออนเซ็น
๖.เบอร์โทรศัพท์ ติดต่อสอบถาม ๐๖ ๕๖๘๒ ๔๘๗๙
๗.ช่องทางออนไลน์ เฟสบุ๊คเพจ บ่อน้ำร้อนรีสอร์ท แอนด์ สปา อ.เบตง จ.ยะลา
๘.สิ่งอำนวยความสะดวก/ห้องน้ำ/ ทางลาด/ที่จอดรถ/จุดบริการนักท่องเที่ยว/ร้านอาหาร

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ถ้ำมืด จังหวัดยะลา

ที่ตั้ง หมู่ที่ 1 ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
๑.ถ้ำมืดถือเป็นจุดไฮไลท์ของตำบลหน้าถ้ำ อีกแห่งหนึ่ง คือ บริเวณ หน้าผาได้จารึกพระนามาภิไธย่อของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ที่มีคำย่อว่า ป.ป.ร. ชมความสวยงามตระการตาของหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ภายในถ้ำยังมี “สระแก้วหรือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” เป็นแอ่งในถ้ำขนาดเล็กๆ ที่ล้อมรอบด้วยขอบหินปูน น้ำใสสะอาด เป็นน้ำที่ปรากฏขึ้นตามธรรมชาติ น้ำในสระแก้ว เชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มักจะไปขออนุญาตเทพารักษ์นำน้ำกลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล การเข้าชมถ้ำมืด ไม่สามารถเดินชมได้เอง เพราะไม่มีแสงสว่าง ต้องมัคคุเทศก์ท้องถิ่นนำทาง นำไฟฉายติดตัวเพื่อที่จะสามารถชมความงามของหินงอกหินย้อยได้อย่างเต็มที่ ควรใส่ลองเท้าหุ้มส้น หรือรองเท้าที่มีดอกยาง เพราะในพื้นภายในถ้ำค่อนข้างลื่น
๒.วัน/เวลา/ช่วงเวลา เปิด-ปิด ของสถานที่
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 16.00 น.
(ต้องประสานเจ้าหน้าที่ก่อนล่วงหน้า)
๓.ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว (ช่วงเดือน)
เดือนกุมภาพันธ์ – สิงหาคม 2564
๔.ค่าธรรมเนียมเข้าสถานที่/ค่าบริการต่างๆ
๕. กิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจ
เดินสำรวจเส้นทางของถ้ำ ชมความงดงามของหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
๖.เบอร์โทรศัพท์ ติดต่อสอบถาม
คุณชัชพงศ์ เพ็ชรกล้า หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘ ๑๘๕๐ ๒๕๒๐
๗.ช่องทางออนไลน์
Facebook : ชุมชนท่องเที่ยวตำบลหน้าถ้ำ
๘.สิ่งอำนวยความสะดวก/ห้องน้ำ/ร้านอาหาร

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

หอวัฒนธรรมศรีวิชัย จังหวัดยะลา

ที่ตั้ง อยู่ที่วัดคูหาภิมุข ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
๑.เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุสำคัญ ที่ได้จากบริเวณ เขาวัดหน้าถ้ำ เขากำปั่น และแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดี ที่สำคัญในจังหวัดยะลา และนราธิวาส โดยมีการจัดนิทรรศการ ที่เล่าถึงประวัติความเป็นมาของหอศรีวิชัย ดินแดนแห่งพุทธธรรมและความลี้ลับ รวมไปถึง แหล่งพระพิมพ์ดินดิบเก่าแก่ที่พบในจังหวัดยะลา ที่ต้องไปชมด้วยตาตนเอง
๒.วัน/เวลา/ช่วงเวลา เปิด-ปิด ของสถานที่
– เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 16.00 น. (ต้องประสานเจ้าหน้าที่ก่อนล่วงหน้า)
๓.ค่าธรรมเนียมเข้าสถานที่/ค่าบริการต่าง ๆ –
๔.เบอร์โทรศัพท์ ติดต่อสอบถาม
นายชัชพงศ์ เพ็ชรกล้า หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘ ๑๘๕๐ ๒๕๒๐ (ต้องประสานเจ้าหน้าที่ก่อนล่วงหน้า)
๕.ช่องทางออนไลน์
Facebook : ชุมชนท่องเที่ยวตำบลหน้าถ้ำ
๖.สิ่งอำนวยความสะดวก/ห้องน้ำ/ลานจอดรถ/ร้านอาหาร

วัดคูหาภิมุข (วัดหน้าถ้ำ) จังหวัดยะลา

ที่ตั้ง หมู่ที่ 1 ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
 ๑.วัดถ้ำคูหาภิมุข เป็นวัดที่สำคัญและเก่าแก่ของจังหวัดยะลา บริเวณทางเข้าถ้ำบรรยากาศความร่มรื่น มีน้ำล้อมรอบ เดินขึ้นบันไดจะเจอรูปปั้นยักษ์ความสูงประมาณ 6 เมตร อยู่บริเวณปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “พ่อท่านเจ้าเขา” มีความเชื่อว่าท่านจะปกปักษ์รักษาชาวบ้านหน้าถ้ำให้พ้นภัย และเป็นการป้องกันรักษาองค์พระพุทธไสยาสน์ ไม่ให้คนมาทำมิดีมิร้ายและทำลายองค์พระได้ โดยบริเวณด้านหน้าหลังรูปปั้นมีพระพุทธรูป และรูปปั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะ เมื่อเดินเข้าไปในถ้ำ มีลักษณะเป็นห้องโถง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ อายุราว ๑,๓๐๐ ปี มีความยาว 81 ฟุต 1 นิ้ว และพระพุทธรูปเก่าแก่ หลายองค์ ชาวบ้านเรียกว่า “พ่อท่านบรรทม” ประดิษฐานอยู่ท่ามกลางหินงอก หินย้อย และลวดลายหินที่สวยงาม มีแสงส่องลงมาภายในถ้ำเป็นประกายสวยงาม ซึ่งในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อกราบสักการะบูชาพระพุทธไสยาสเป็นจำนวนมาก ขาลงแวะชม “หอวัฒนธรรมศรีวิชัย” เป็นที่เก็บวัตถุโบราณที่ขุดค้นได้จากบนภูเขาวัดถ้ำและภูเขากำปั่น ที่ควรแก่การศึกษาทางโบราณคดี
๒.วัน/เวลา/ช่วงเวลา เปิด-ปิด ของสถานที่
– เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 16.00 น. (ต้องประสานเจ้าหน้าที่ก่อนล่วงหน้า)
๓.ค่าธรรมเนียมเข้าสถานที่/ค่าบริการต่าง ๆ –
๔.เบอร์โทรศัพท์ ติดต่อสอบถาม
นายชัชพงศ์ เพ็ชรกล้า หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘ ๑๘๕๐ ๒๕๒๐ (ต้องประสานเจ้าหน้าที่ก่อนล่วงหน้า)
๕.ช่องทางออนไลน์ Facebook : ชุมชนท่องเที่ยวตำบลหน้าถ้ำ
๖.สิ่งอำนวยความสะดวก/ห้องน้ำ/ลานจอดรถ/ร้านอาหาร

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมบ้านคอกช้าง จังหวัดยะลา

ชาวบ้านคอกช้าง ในอดีตคือชาวบ้านโตที่ได้อพยพจากพื้นที่เดิม ซึ่งทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนพลังน้ำ คือ “เขื่อนบางลาง” ในอดีตบริเวณบ้านคอกช้างเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างป่า ควาญช้างจึงทำการคล้องช้างและทำคอกบริเวณสนามโรงเรียนบ้านโตในปัจจุบัน จึงตั้งชื่อหมู่บ้านตามคำเรียกขานของชาวบ้านว่า ” คอกช้าง”

         “ชุมชนหลากหลายวัฒนธรรม ศักยภาพเข้มแข็ง สามัคคี กองทุนดี มีทรัพยากรสมบูรณ์”

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

วัดคอกช้าง วัดคอกช้างเป็นศูนย์รวมทางจิตใจ ศูนย์รวมชุมชนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ วัดคอกช้างยังมีความสำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ รวมทั้งเป็นแหล่งส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและประเพณี สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพึ่งความสงบ เพื่อคลายความทุกข์ใจ 

ชุมชนโบราณ หรือ ชุมชนบ้านคอกช้างเดิม ชุมชนโบราณที่ถูกน้ำท่วมจมบาดาล หลังจากที่มีการสร้างเขื่อนบางลาง และโผล่ให้เห็นหลังน้ำแห้งเป็นบริเวณกว้าง ปรากฏเป็นโครงสร้างมัสยิด และวิหารวัดอยู่ไม่ไกลกัน สามารถมองเห็นสถานที่ต่าง ๆตลอดจนบ้านเรือนโบราณหลายร้อยหลังคาเรือน ซึ่งบ่งบอกถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติในอดีต 

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

น้ำตกบ้านคอกช้าง น้ำตกคอกช้าง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลคอกช้าง จะเห็นป้ายเล็ก ๆ บอกทางไว้ตรงกลาง โดยทางด้านซ้ายมือเป็นเส้นทางไป อำเภอเบตง สายล่างเลาะริมเขื่อนบางลาง มีเส้นทางที่คดเคี้ยว ส่วนทางด้านขวามือเป็นเส้นทางไป อำเภอเบตง สายบน เส้นทางมีความลาดชัน แต่ใกล้กว่าสายล่างส่วนทางตรงกลางคือเส้นทางตรงไปน้ำตกคอกช้าง ซึ่งอยู่ห่างจากตลาดคอกช้างประมาณ ๒๐๐ เมตร มีน้ำใสไหลเย็น ชุ่มชื้นตลอดปี

ทะเลหมอกวัดคอกช้าง บนเทือกเขาวัดคอกช้าง แหล่งท่องเที่ยวชม “ทะเลหมอก” โดยการเดินทางนั้นจะต้องเดินเท้าจากวัดคอกช้าง ขึ้นไปบนภูเขาหลังวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ของวัดคอกช้าง ประมาณ ๕๐๐ เมตร ระดับความชันของเนินเขาประมาณ ๔๕ องศา เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่มีต้นไม้ธรรมชาติขึ้นอยู่เรียงราย และใช้เวลาในการเดินเท้าประมาณ ๓๐ นาที ก็ถึงจุดชมวิวทะเลหมอก

สะพานข้ามเขื่อนบางลาง หรือ สะพานฆอแย สะพานฆอแย แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ย่นระยะยะลา – เบตง นักท่องเที่ยวมีความสะดวกในการใช้เส้นทางมากยิ่งขึ้น บริเวณสะพาน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังอำเภอเบตง จะแวะเวียนมาชมความสวยงามทัศนีย์ภาพของเขื่อนบางลางในแต่ละวัน เป็นจำนวนมาก ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพการขายอาหารและของฝากจากอำเภอธารโต เป็นอาชีพใหม่ เสริมรายได้นอกเหนือจากอาชีพการกรีดยางที่เป็นอาชีพหลัก

ทะเลสาบธารโต เป็นทะเลสาบที่เกิดจากการสร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เขื่อนบางลาง พื้นที่ครอบคลุมอำเภอธารโต จดจังหวัดนราธิวาส เป็นแหล่งปลาน้ำจืด ศึกษาธรรมชาติทางน้ำ

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

กลุ่มแม่บ้านเกษตรคอกช้าง เป็นแหล่งเรียนรู้การถ่ายทอด ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการถนอมอาหาร ซึ่งเป็นสูตรปลาส้มของแม่ดาวที่ขึ้นชื่อในบ้านคอกช้าง มาถ่ายทอดให้กับชุมชน หมู่บ้าน คนที่สนใจ เพื่อจะได้นำไปปรับใช้ ไปสร้างกลุ่ม ต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับตนเอง ครอบครัว ชุมชน ซึ่งเป็นความต้องการของชุมชน ที่ต้องการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น 

กิจกรรมการท่องเที่ยว

เทศกาลประเพณีชักพระทางน้ำ ช่วงออกพรรษา เกาะทวด ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ประเพณีชักพระทางน้ำของชุมชนคุณบ้านคอกช้าง ที่เกาะทวดจัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีชุมชนไทยพุทธในเขื่อนบางลาง โดยการอัญเชิญพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขึ้นประดิษฐานบนบุษบกในเรือ แล้วแห่แหนโดยการลากไปทางน้ำ นอกจากประเพณีลากพระทางน้ำ แล้วได้จัดกิจกรรมชกมวยทะเล และแข่งพายเรือละเล่นพื้นบ้าน หาดูได้ที่นี้ที่เดียวใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

เทศกาลประเพณี สารทเดือน ๑๐ วัดคอกช้าง ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ชุมชนคุณธรรมบ้านคอกช้างได้จัดงานส่งเสริมประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นประจำทุกปี จะมีการแห่หมรับ และการปีนเสาน้ำมัน ประชาชนจำนวนมากนำขนมเดือนสิบ ประกอบด้วย ขนมต้ม ขนมเทียน ขนมเจาะหู ขนมลา ขนมกรุบ ขนมจู้จุน ขนมบ้า ขนมไข่ปลา ยาหนม  เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ ปู่ ยา ตา ยาย ทวด  พร้อมทั้งการทำบุญตักบาตร ร่วมชิงเปรต และการปีนเสาน้ำมันเพื่อส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

เทศกาลประเพณีกวนขนมอาซูรอ มัสยิดอัลอูบูดียะห์ ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา      การกวนข้าวอาซูรอ (ขนมอาซูรอ) เนื่องด้วยเป็นวันที่ท่านศาสดามุฮัมหมัด ได้ถือศีลอดและส่งเสริมให้มุสลิม ปฏิบัติตาม และให้ถือศีลอดในวันที่ ๙ มุฮัรร็อม อีกหนึ่งวัน เป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คำว่า อาซูรอ การกวนข้าวอาซูรอจะใช้คนในหมู่บ้านมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อความสามัคคีและสร้างความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันมีผลต่อการอยู่ร่วมกันของสังคมอย่างมีความสุข

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมบ้านหน้าถ้ำ จังหวัดยะลา

ตามตำนานเก่าเล่าว่าตำบลหน้าถ้ำ เป็นเกาะที่มีน้ำล้อมรอบไม่มีคนอาศัยอยู่ ในสมัยศรีวิชัยมีการแบ่งการปกครองเป็นหัวเมือง ในสมัยนั้นรัฐกลันตัน  ตรังกานู  ยังอยู่ภายใต้การปกครองของไทย  และอีกหลายร้อยปีต่อมา  บริเวณนั้นเกิดน้ำแห้งแปรสภาพเป็นพื้นดินจึงมีผู้คนมาอาศัยอยู่ เรียกว่า “หน้าถ้ำ” หรือ “บ้านหน้าถ้ำ”เป็นที่ตั้งของหมู่ที่  1  

โบราณสถานพันปี  สีมายา  ภูผาสวย

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

พระพุทธไสยาสน์ (พ่อท่านบรรทม) พระพุทธไสยาสน์ ชาวตำบลหน้าถ้ำนิยมเรียกว่า “พ่อท่านบรรทม” เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ วัสดุก่ออิฐถือปูน ปั้นด้วยดินเหนียวโดยใช้ไม่ไผ่เป็นโครง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัยรุ่งเรือง ราว พ.ศ. ๑๓๐๐ หรือสมัยเดียวกับพระบรมธาตุเมืองนคร ขนาดความยาวของพระเศียรถึงพระบาท  ๘๑ ฟุต ๑ นิ้ว โดยรอบองค์พระ  ๓๕  ฟุต ศิลปะศรีวิชัยผสมลังกา

ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช ตำบลหน้าถ้ำ ตำบลหน้าถ้ำเป็นแหล่งชุมชนโบราณมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นศาสนสถานที่พบเทวรูปสำริด กำแพงเมืองพระพิมพ์ดินดิบแบบทวารวดี ศรีวิชัย ภาพเขียนต่าง ๆ มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 – 17 อีกทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยอาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งมีพุทธไสยาสน์ หรือทางภาคใต้ เรียกว่า “พระนอน” เป็นที่เคารพสักการะของคนในชุมชนและบุคคลทั่วไป

หอวัฒนธรรมศรีชัย หอวัฒนธรรมศรีวิชัย  เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุสำคัญที่ได้จากบริเวณเขาวัดหน้าถ้ำ เขากำปั่น และแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดีสำคัญในจังหวัดยะลา และนราธิวาส กรมศิลปากร ดำเนินการบูรณะและปรับปรุงหอวัฒนธรรมศรีวิชัยมาแล้ว ๒ ครั้งคือใน พ.ศ. ๒๕๔๘ และ พ.ศ. ๒๕๖๐

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ถ้ำมืด ถ้ำมืด มีหินงอก หินย้อย ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อายุหลายร้อยปี มีความงดงาม แปลกตา จำนวนหลายแห่ง แต่ละแห่งมีชื่อเรียกต่างกัน เช่น ม่านฟ้า นาเกลือ หินงอกงวงช้าง หินงอกปลาโลมา หลุมแม่ม่าย

ถ้ำเสือ สถานที่ใกล้เคียงถ้ำมืด ลักษณะภายในเหมือนกับถ้ำมืดมีหินงอก หินย้อยที่สวยงาม

ถ้ำศิลป์ ถ้ำศิลป์ อยู่ภูเขาเดียวกันกับถ้ำพระนอน จิตรกรรมฝาผนังถ้ำศิลป์ เป็นภาพพระพุทธเจ้าปางมารวิชัย ภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่ง เป็นแถวเบื้องซ้ายและขวา มีสาวกหรือนั่งประนมมืออยู่ พระพุทธเจ้าปางลีลาและมีรูปผู้หญิงยืนเป็นหมู่สามคน ส่วนสีที่เขียนเป็นสีดินเหลือง เป็นหลัก ซึ่งประกอบด้วยสีน้ำตาลและแดง เพื่อแยกน้ำหนักอ่อนแก่ ตัดเส้นด้วยสีดำ ส่วนสีเขียวปรากฏให้เห็นในภาพ เป็นสิ่งที่เกิดขี้นภายหลังเนื่องจากปฏิกิริยาทางเคมีของสารที่ผสมอยู่ในสี

 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

กลุ่มปูนขาว ปูนขาว หน้าถ้ำ เป็นวัสดุที่ได้จากการเผาหินปูน (แคลเซียมคาร์บอเนต) โดยใช้ความร้อนสูง จะได้เป็นปูนสุก เมื่อเย็นตัวลงแล้วพรมน้ำให้ชุ่ม ปูนสุกจะทำปฏิกิริยากับน้ำได้เป็น ส่วนที่เป็นผงแห้งได้เป็น ปูนขาว และส่วนที่เป็นสารแขวนลอยคือ น้ำปูนใส และยังได้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้เด็ก ๆ และเยาวชน ตามโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ ๕ จังหวัด ไม่มีแล้ว ยังเหลือเพียง ๒ แห่ง ในจังหวัดยะลา ที่ ตำบลหน้าถ้ำ และ ตำบลลิดล อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

สวนลุงประดับ  ลุงประดับ เป็นชาวยะลาที่เกิดในครอบครัวชาวสวนแห่งหมู่บ้านหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ลุงจึงเติบโตมากับพืชผัก ผลไม้ แทบทุกชนิดที่พ่อแม่ปลูกไว้กินและขายเป็นรายได้หลักของครอบครัว ปัจจุบันลุงประดับมีพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ ๒ ไร่ เป็นพื้นที่เล็กแต่สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครับ ๓๐,๐๐๐ – ๔๐,๐๐๐ ต่อเดือน ที่ได้จากการเลี้ยงหมูหลุม การปลูกพืชผักปลอดสารพิษ เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ และผสมพันธุ์ไก่ระหว่าง ไก่เบตงกับไก่เนื้อดำ ไก่บ้านกับไก่เบตง เป็นต้น

สวนลุงพนม สวนลุงพนม เกษตรต้นแบบส่วนผสมความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ทักษะและเทคนิคด้านการเกษตรและเทคโนโลยีโดยพัฒนาพื้นฐานดั้งเดิมผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่การแก้ไขปัญหาเกษตรกรโดยการทำไร่ทำสวนผสม การแก้ปัญหาด้านการตลาด และด้านการ ผลิตผลรวมไปถึงการแก้ไขปัญหาโรคและแมลงและการปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะใน ภาคการเกษตร เป็นต้น

กิจกรรมการท่องเที่ยว

ศึกษาเรียนรู้วัดถ้ำ เยี่ยมชมจุดต่าง ๆ วัดคูหาภิมุข ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ชมโบราณสถาน วัดถ้ำ (วัดคูหาภิมุข) เดินขึ้นบันไดทางขึ้นก่อนถึงปากถ้ำ จะพบรูปปั้นยักษ์ “เจ้าเขา” มีรูปร่างตัวดำผมหยิก นุ่งผ้าถุงสีแดง เมื่อเข้าไปภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายห้องโถงใหญ่ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอน 

ชมหอวัฒนธรรมศรีวิชัย หอวัฒนธรรมศรีวิชัย เข้าศึกษาเรียนรู้ในหอวัฒนธรรมศรีวิชัย  เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุสำคัญ ที่ค้นพบในตำบลหน้าถ้ำ โดยมีวิทยากรบรรยายให้ความรู้

มัดย้อมผ้าสีมายา กลุ่มสีมายาหน้าถ้ำ กิจกรรมมัดย้อมผ้าเช็ดหน้า

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม

ชุมชนคุณธรรมบ้านบ่อน้ำร้อน จังหวัดยะลา

เป็นหมู่บ้านที่ค้นพบโดยชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเขตพรมแดนไทยมาเลเซีย เดินสำรวจตามแนวลำธารจนพบแอ่งน้ำที่มีความร้อน สามารถอาบน้ำคลายหนาว และรักษาบำบัดโรคผิวหนังได้ ต่อมาจึงได้มีการเข้ามาตั้งถิ่นฐานเกิดเป็นชุมชน  เรียกชื่อชุมชนนี้ตามลักษณะของภูมิศาสตร์ว่า  “บ้านบ่อน้ำร้อน” แช่บ่อน้ำร้อน นอนดูหมอก ดอกไม้งาม ตามรอยดูอุโมงค์ปิยะมิตร

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

วัดบ่อน้ำร้อน ตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สถานที่ประดิษฐานหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ และเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมของคนในชุมชน

อุโมงปิยะมิตร ตั้งอยู่ที่บ้านปิยะมิตร 1 หมู่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นฐานที่มั่นปฏิบัติการต่อสู้ ทางการทหารของอดีตขบวนการโจร คอมมิวนิสต์มลายา (จคม.) เป็นหลุมหลบภัยทางอากาศ และสะสมเสบียงอาหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙

 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

บ่อน้ำพุร้อนเบตง ตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ มีขนาดพื้นที่ประมาณ ๓ ไร่ โดยจะมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ประมาณ ๘๐ องศาเซลเซียส ซึ่งตรงจุดที่มีน้ำเดือดนี้ สามารถต้มไข่ไก่ได้จนสุกภายใน ๗ นาที

สวนไม้ดอกเมืองหนาว เบตง ตั้งอยู่ที่ บ้านปิยะมิตร 2 หมู่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง แห่งเดียวในภาคใต้ มีสภาพอากาศที่เหมาะสม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว ๘๐๐ เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี สวนดอกไม้นี้อยู่ท่ามกลางภูเขา ในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนส้มโชกุน “ช้างบ่อน้ำร้อนเบตง” ตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สวนส้มขนาดใหญ่  มีพื้นที่กว่า ๒๐๐ ไร่ การปลูกส้มโชกุนบ้านบ่อน้ำร้อนแตกต่างต่างจากที่อื่น เป็นการปลูกบนภูเขา แบบขั้นบันได เหมือนการปลูกชาของภาคเหนือ ส้มโชกุนที่นี้มีคุณลักษณะต่างจากส้มทั่วไปผลจะใหญ่กว่า รสชาติหวานนำเปรี้ยวเปลือกบาง เนื้อเยอะ

สวนทุเรียนมูซานคิง ตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สวนศักดิ์ศรี เป็นสวนแรก ๆ ที่นำทุเรียนพันธุ์   มูซานคิงเข้ามาปลูกในพื้นที่ ชุมชนคุณธรรมบ้านบ่อน้ำร้อน อำเภอเบตง ลักษณะเด่นของทุเรียน จะมีเอกลักษณ์เฉพาะ คือบริเวณก้นผลจะดูเป็นแฉกรูปดาว ๕ แฉก เปลือกบาง เมล็ดเล็กและลีบบาง เนื้อเป็นสีเหลืองเข้ม เนื้อละเอียดเนียน รสชาติหวานมันและหวานแหลม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

กิจกรรมการท่องเที่ยว

งานสีสันโคมไฟเบตง บ่อน้ำร้อน เบตง ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา งานสีสันโคมไฟเบตง จัดแสดงโคมไฟหลากหลายรูปแบบ โดยมีทั้งโคมไฟมังกรจักรพรรดิ โคมไฟกิเลน ประติมากรรมโคมไฟเซียนกลางน้ำ ต้นไม้แห่งความปรารถนา อุโมงค์แห่งแสง และประติมากรรมโคมไฟอื่น ๆ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว เรียงรายตามจุดต่าง ๆ รอบบริเวณบ่อน้ำร้อนมีการแสดง แสง สี แสง และศิลปวัฒนธรรม 

ชมสวนไม้ดอกเมืองหนาว เทศกาลดอกไม้บานที่เบตง สวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง  ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เทศกาลดอกไม้บานที่เบตง จุดขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนและวันแห่งความรักที่กำลังจะมาถึง โดยมี ดอกไม้นานาพันธุ์ บานสะพรั่ง คอยเชื้อเชิญผู้มาเยือนให้มาได้ถ่ายรูปความสวยงามของดอกไม้ อาทิ ดอกทิวลิป หลากสีทั้งสีขาว แดง ชมพู และส้ม ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน รวมไปถึงดอกแอสเตอร์ ไฮเดรนเยีย พีค๊อก เยอบีร่า ลิลลี่ แกลดิโอลัส และอีกหลายสายพันธุ์อันมีเสน่ห์ ที่ให้สีสันสวยงามพร้อมเบ่งบานให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามตลอดทั้งงาน

ชมอุโมงค์ปิยะมิตร อุโมงค์ปิยะมิตรตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และอุโมงค์ดินสร้างขึ้นในปี 2519 ใช้กำลังคนในการขุดเจาะประมาณ 50 คน ขุดเข้าไปในภูเขา ใช้เวลา 3 เดือน  มีความกว้าง 50-60 ฟุต ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถจุคนได้เกือบ 200 คน มีทางเข้าออกทั้งหมด 9 ทาง เชื่อมต่อถึงกันหมด ปัจจุบันเหลือ 6 ทาง ภายในอุโมงค์มีห้องเก็บเสบียงห้องนอน อากาศเย็นสบาย 

ชมแปลงการเกษตร สวนทุเรียนมูซานคิง  ศึกษาวิธีการปลูกทุเรียนพันธุ์มูซานคิงเบตง

ที่มา กระทรวงวัฒนธรรม