JK Retro Car

Author name: admin

BMW E12 - article illustration
Classic Cars

BMW E12 520 ซีดานคลาสสิกสีเงิน ลาย M ในบรรยากาศสนามหญ้าฟ้าครึ้ม

BMW E12 520 ซีดานคลาสสิกสีเงิน ลาย M ในบรรยากาศสนามหญ้าฟ้าครึ้ม คลิปนี้พาไปอยู่กับ BMW E12 รถคลาสสิกที่แค่เห็นทรงก็รู้สึกได้ถึงเสน่ห์ของยุคเก่าแบบเต็ม ๆ เป็นรถที่ไม่ต้องพยายามทำให้เด่น แต่เส้นสายตัวถัง ท่าทาง และสัดส่วนโดยรวมมีคาแรกเตอร์ชัดมาก เหมาะกับคนที่ชอบรถยุโรปเก่า ๆ ที่ดูเรียบ สุขุม แต่ยังมีความเท่อยู่ในตัว BMW E12 ถือเป็นเจเนอเรชันแรกของ 5 Series เปิดตัวในช่วงยุค 70 และเป็นรุ่นที่วางภาพลักษณ์ของซีดานสปอร์ตจาก BMW ไว้ค่อนข้างชัด จุดน่าสนใจของรถรุ่นนี้คือ มันไม่ได้ดูหวือหวา แต่มีความสมดุลทั้งความเป็นรถใช้งานและความเป็นรถสำหรับคนชอบขับ พอมองย้อนกลับไปก็เข้าใจเลยว่าทำไม 5 Series ถึงกลายเป็นหนึ่งในไลน์สำคัญของ BMW มาจนถึงทุกวันนี้ บรรยากาศในคลิปให้ฟีลเหมือนชวนกันเดินดูรถมากกว่าจะเป็นการรีวิวแบบจริงจัง ทำให้คนดูได้ค่อย ๆ ซึมซับรายละเอียดของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นทรงหน้ารถแบบคลาสสิก กระจังหน้าคู่ตามสไตล์ BMW และภาพรวมที่ยังดูมีเสน่ห์แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี รถแบบนี้บางทีไม่ได้ดึงดูดด้วยความแรงหรือเทคโนโลยี แต่ดึงดูดด้วยความรู้สึกและเรื่องราวของยุคสมัย สิ่งที่น่าสนใจของ BMW E12 คือ มันเป็นรถที่ดูแล้วมีความ “พอดี” มาก ไม่ใหญ่จนเทอะทะ ไม่เล็กจนขาดความภูมิฐาน เป็นซีดานที่มีบุคลิกผู้ใหญ่ แต่ยังแอบมีความสปอร์ตอยู่ในท่าทาง ถ้าเป็นคนที่ชอบรถคลาสสิกสายยุโรป น่าจะดูเพลิน เพราะรายละเอียดหลายอย่างของรถยุคนี้มีเอกลักษณ์ที่รถสมัยใหม่ให้ความรู้สึกแทนได้ยาก โดยรวมคลิปนี้เหมาะกับคนที่อยากชม BMW E12 แบบสบาย ๆ ดูบรรยากาศของรถมากกว่ามานั่งไล่ตัวเลขสเปก เป็นอีกหนึ่งคลิปที่ช่วยเตือนว่ารถคลาสสิกบางคันไม่ได้มีดีแค่ความเก่า แต่มีเสน่ห์จากรูปทรง บุคลิก และความทรงจำของยุคที่มันเกิดมา ใครชอบ BMW รุ่นเก่า ๆ หรือชอบรถที่มีคาแรกเตอร์ชัด น่าจะดูแล้วอมยิ้มได้ไม่ยากครับ เกร็ดความรู้: BMW E12 BMW E12 คือ BMW 5 Series เจเนอเรชันแรก เปิดตัวในปี 1972 และเป็นรุ่นที่เข้ามาแทนตระกูล BMW New Class sedan ช่วงผลิตหลักของ E12 อยู่ระหว่างปี 1972-1981 โดยมีการประกอบต่อในแอฟริกาใต้ถึงช่วงกลางทศวรรษ 1980 ในบางรุ่น ตัวถังหลักเป็นซีดาน 4 ประตู เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ตามคาแรกเตอร์ BMW ยุคนั้น รุ่นย่อยมีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบตระกูล M10 และ 6 สูบตระกูล M20/M30 เช่น 520/6, 525, 528 และ 528i รุ่นสมรรถนะเด่นในสาย E12 คือ M535i ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในต้นทางของแนวคิดสปอร์ตซีดานตระกูล M5

Classic Revival in Bangsaen Gran Prix 2022 - article illustration
Classic Cars, Event & Gathering

Classic Revival in Bangsaen Gran Prix 2022

Classic Revival in Bangsaen Gran Prix 2022 คลิปนี้พาไปดูบรรยากาศของงาน Bangsaen Grand Prix 2022 ในมุมที่คนรักรถคลาสสิกน่าจะยิ้มตามได้ง่าย ๆ กับช่วง Classic Revival ที่รวมรถรุ่นเก่า ๆ มาให้เห็นกันในสนามจริง ไม่ใช่แค่จอดโชว์นิ่ง ๆ แต่ได้สัมผัสฟีลตอนรถเตรียมออกตัวบนแทร็กด้วย บรรยากาศดูคึกคักแบบงานแข่งริมทะเลบางแสนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งเสียงเครื่องยนต์ ความใกล้ชิดของสนาม และความรู้สึกเหมือนได้ย้อนยุคไปกับรถแต่ละคัน ช่วงต้นคลิปจะเห็นบรรยากาศก่อนปล่อยรถออกไป มีการจัดระเบียบด้านหน้าและสื่อสารกันระหว่างทีมงาน เป็นจังหวะที่ดูเรียบง่ายแต่ได้อารมณ์งานสนามมาก ๆ เพราะก่อนรถจะเคลื่อนตัวออกไป ทุกอย่างต้องพร้อม ทั้งตำแหน่งรถ ความปลอดภัย และจังหวะในการปล่อยขบวน พอได้ยินการบอกให้ “ออกได้เลย” ก็เป็นโมเมนต์เล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนเรายืนอยู่ข้างสนามด้วย เสน่ห์ของรถคลาสสิกในคลิปแนวนี้คือ มันไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว แต่มีคาแรกเตอร์ของยุคสมัยติดมาด้วย รูปทรงตัวถัง เสียงเครื่อง หรือแม้แต่วิธีที่รถเคลื่อนตัวบนสนาม ให้ความรู้สึกต่างจากรถแข่งยุคใหม่อย่างชัดเจน รถหลายแบบในสาย Classic Revival มักเป็นรถที่แฟน ๆ จำได้จากอดีต หรือเป็นรุ่นที่เคยมีบทบาทในวงการมอเตอร์สปอร์ตยุคก่อน พอมาอยู่ในบรรยากาศสนามบางแสนเลยยิ่งดูมีชีวิตขึ้นมา Bangsaen Grand Prix เองก็เป็นสนามที่มีเอกลักษณ์ เพราะเป็นสตรีทเซอร์กิตริมทะเล ไม่ใช่สนามปิดแบบที่เห็นกันทั่วไป ภาพรถคลาสสิกวิ่งผ่านฉากเมืองและบรรยากาศชายทะเลเลยให้ความรู้สึกพิเศษมาก เหมือนเป็นการเอารถเก่าที่มีเรื่องราวของตัวเองมาวิ่งอยู่ในงานแข่งที่มีสีสัน และมีผู้ชมใกล้ชิดตลอดทาง โดยรวมคลิปนี้เหมาะกับคนที่ชอบดูบรรยากาศรถคลาสสิกในงานแข่งแบบไม่ต้องมีอะไรซับซ้อน ดูเพลิน ๆ แล้วได้ฟีลของการเตรียมตัวก่อนลงสนาม ได้เห็นความเป็นระเบียบของทีมงาน และได้สัมผัสกลิ่นอายของ Classic Revival ในงาน Bangsaen Grand Prix 2022 แบบใกล้ ๆ เป็นอีกคลิปที่ดูแล้วชวนให้อยากไปยืนข้างสนามจริงสักครั้ง เพื่อฟังเสียงรถรุ่นเก่า ๆ วิ่งผ่านไปต่อหน้าเลยทีเดียว เกร็ดความรู้: รถเรโทรในงาน Bangsaen Grand Prix Bangsaen Grand Prix เป็นบรรยากาศที่ทำให้รถคลาสสิกดูมีชีวิตมากขึ้น เพราะรถไม่ได้อยู่แค่ในลานจอด แต่มีฉากเมืองทะเล ถนน และกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตอยู่รอบ ๆ ในงานแนวนี้รถเรโทรที่เด่นมักเป็นรถขนาดเล็กถึงกลาง เช่น Corolla, BMW 02 Series, Mini, Volkswagen และรถญี่ปุ่นยุค 70s เพราะรูปทรงกะทัดรัดเข้ากับบรรยากาศสนามถนนมาก สิ่งที่ควรสังเกตคือรถแต่ละคันไม่ได้แต่งเหมือนกันหมด บางคันเก็บเดิม บางคันใส่ล้อ period correct บางคันเล่นกลิ่นอายรถแข่ง ทำให้ภาพรวมของงานดูหลากหลาย เกร็ดความรู้: มิตติ้งรถเรโทร งานมิตติ้งรถเรโทรมักไม่ได้มีเสน่ห์แค่รถคันใดคันหนึ่ง แต่เป็นการเอารถหลายยุคมาวางในบรรยากาศเดียวกัน ทำให้เห็นความต่างของเส้นสาย ไฟหน้า กันชน และสัดส่วนรถอย่างชัดเจน รถที่มาในงานแนวนี้มักมีทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกันคลาสสิก จุดที่น่าดูคือแต่ละคันใช้วิธีเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน บางคันเดิมจัด บางคันแต่งล้อจัดทรง บางคันเน้นเครื่องและช่วงล่าง การดูคลิปงานรวมรถจึงควรไล่ดูรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ความสูงรถ ลายล้อ สีตัวถัง สติกเกอร์คลับ และของแต่งยุคเก่า เพราะทั้งหมดช่วยบอกคาแรกเตอร์ของเจ้าของรถได้ดี

คนคลาสสิค - TOYOTA COROLLA KE15 งานบางแสน - article illustration
Event & Gathering, Toyota Classic

คนคลาสสิค – TOYOTA COROLLA KE15 งานบางแสน

คนคลาสสิค – TOYOTA COROLLA KE15 งานบางแสน คลิปนี้ฟีลเหมือนไปเดินเล่นในงานบางแสนกับกลุ่มคนรักรถคลาสสิกเลย เปิดมาคุยกันสนุก ๆ แล้วพาไปดู Toyota Corolla KE15 ที่มารวมตัวกันหลายคัน บรรยากาศเป็นแนวเพื่อนชี้ให้ดูรถทีละคันว่าใครเป็นเจ้าของ คันไหนเพิ่งทำมา คันไหนไม่ค่อยได้ออกงาน แต่พอมาก็มีอะไรให้มองตามตลอด คันที่เด่นตั้งแต่ช่วงแรกคือ KE15 สีเขียวของคุณราม ที่ในคลิปบอกว่าเหมือนเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในงานนี้เลย รถดูทำมาใหม่ สีสวย ล้อก็เข้าทรง เป็นสไตล์คลาสสิกที่ไม่ได้ดูเยอะเกิน แต่มีรายละเอียดให้หยุดดู โดยเฉพาะคนที่ชอบ Corolla รุ่นเก่า ๆ น่าจะเข้าใจฟีลนี้ดี เพราะเส้นสายตัวถังมันมีความเล็ก เรียบ และมีเสน่ห์แบบรถยุคเก่าจริง ๆ อีกคันที่ถูกพูดถึงคือ KE25 ของคุณป้อม ซึ่งเจ้าของคลิปเล่าว่าไม่ค่อยออกงานเท่าไร แต่พอออกมาก็ดูดีเลย จุดที่ชมกันชัด ๆ คือเรื่องล้อ บอกว่าเป็นล้อที่สวย หายาก และมีมูลค่าไม่น้อย ทำให้รถทั้งคันดูมีคาแรกเตอร์มากขึ้น สำหรับสายคลาสสิก เรื่องล้อกับทรงรถนี่เป็นอะไรที่เปลี่ยนอารมณ์รถได้เยอะมากจริง ๆ ในคลิปยังมีการพูดถึง KE10 ที่เรียกกันว่า “เจ้าประกายฟ้าใส” ด้วย คันนี้ออกแนวซิ่งกว่าเพื่อน เล่ากันว่าขับตามกันมาแล้วดูมีความคึกคักพอตัว ซึ่งก็ทำให้เห็นว่ารถคลาสสิกไม่ได้มีแค่แนวเดิม ๆ เรียบร้อยอย่างเดียว บางคันก็แต่งในสไตล์ซิ่งยุคเก่าได้เหมือนกัน และยังเข้ากับบรรยากาศงานได้ดีมาก ช่วงท้ายมีการพาไปดู KE15 อีกคันที่ปรับลุคให้ใกล้กับรุ่น SL มากขึ้น โดยเฉพาะกระจังหน้า มีการชี้ให้เห็นความแตกต่างว่าแบบ SL จะเป็นโทนดำ ๆ พร้อมโลโก้ และมีรายละเอียดไฟเลี้ยวสีส้มที่ช่วยให้หน้ารถดูมีเอกลักษณ์ขึ้น ใครที่ชอบดูดีเทลเล็ก ๆ ของรถรุ่นเก่า น่าจะเพลินกับช่วงนี้ เพราะมันเป็นรายละเอียดที่คนทั่วไปอาจมองผ่าน แต่สำหรับสาย Corolla คลาสสิกคือจุดที่น่าสนใจมาก โดยรวมคลิปนี้ไม่ได้มาแนวรีวิวสเปกหนัก ๆ แต่เป็นการพาเดินชมรถและคุยกันแบบคนรักรถจริง ๆ มากกว่า ได้เห็นทั้ง KE15, KE25 และ KE10 ในบรรยากาศงานบางแสนที่ดูเป็นกันเอง ใครชอบ Toyota Corolla รุ่นเก่า หรือชอบรถคลาสสิกที่มีทั้งสายเดิม สายซิ่ง และสายเก็บรายละเอียด น่าจะดูแล้วเพลินดีครับ เกร็ดความรู้: Toyota Corolla KE รุ่นเก่า Corolla รหัส KE คือกลุ่ม Corolla ขับหลังยุคแรก ๆ ที่ใช้เครื่องตระกูล K ของ Toyota เช่น 3K, 4K และ 5K ตามปีและตลาด เป็นรถที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึดและอะไหล่หาง่าย เสน่ห์ของ Corolla KE อยู่ที่ขนาดตัวเล็ก น้ำหนักเบา และทรงตัวถังที่เรียบมาก พอแต่งล้อ จัดความสูง หรือเก็บสีดี ๆ รถจะดูมีคาแรกเตอร์ทันที ในงานมิตติ้งรถเรโทร รถตระกูล KE มักเจอบ่อยเพราะเป็นรถที่คนไทยมีความทรงจำร่วมเยอะ ทั้งรถบ้าน รถแต่งย้อนยุค และรถที่เริ่มต้นเล่นคลาสสิกได้ไม่ยาก

KE10 KE15 KE25 COROLLA TOYOTA - article illustration
Car Meet & Community, Toyota Classic

KE10 KE15 KE25 COROLLA TOYOTA

KE10 KE15 KE25 COROLLA TOYOTA คลิปนี้เหมือนพาเราย้อนเวลาไปอยู่กับ Toyota Corolla รุ่นเก่า ๆ ในรหัส KE10, KE15 และ KE25 ซึ่งเป็นกลุ่ม Corolla ยุคแรกที่หลายคนเห็นแล้วน่าจะยิ้มได้ทันที โดยเฉพาะคนที่ชอบรถคลาสสิกทรงเล็ก ๆ เส้นสายเรียบง่าย แต่มีเสน่ห์แบบที่รถยุคใหม่ให้ความรู้สึกแทนกันไม่ได้ สิ่งที่น่าสนใจของ Corolla กลุ่มนี้คือหน้าตาที่ดูเป็นรถใช้งานจริงในยุคนั้น แต่พอมองในวันนี้กลับกลายเป็นความคลาสสิกไปหมด ทั้งสัดส่วนตัวถังที่กะทัดรัด กระจังหน้า ไฟหน้า กันชนโครเมียม และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้รถดูมีคาแรกเตอร์มาก รุ่นอย่าง KE10 ถือเป็น Corolla เจเนอเรชันแรก ส่วน KE15 และ KE25 ก็เป็นสายตัวถังคูเป้/สปอร์ตมากขึ้นในยุคใกล้เคียงกัน ทำให้ดูมีความสนุกคนละแบบ บรรยากาศของคลิปจะออกแนวชมรถเพลิน ๆ มากกว่าเน้นเล่าข้อมูลหนัก ๆ เหมาะกับเปิดดูแบบสบาย ๆ แล้วค่อย ๆ สังเกตรายละเอียดของแต่ละคันไปเรื่อย ๆ ใครที่ชอบรถญี่ปุ่นเก่าน่าจะอินกับความเรียบง่ายและความ “เดิม ๆ” ของทรงรถ เพราะ Corolla ยุคนั้นไม่ได้ต้องพยายามดูดุดันหรือหวือหวา แต่กลับมีความน่ารักและดูจริงใจมาก อีกอย่างที่ทำให้รถตระกูลนี้น่าสนใจคือ มันเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อ Corolla ที่ต่อมากลายเป็นหนึ่งในรถที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุด พอมองย้อนกลับไปที่ KE10, KE15 หรือ KE25 เลยเหมือนได้เห็นรากของรถบ้านญี่ปุ่นที่ทั้งประหยัด ทน และเข้าถึงง่าย แต่ในมุมคนเล่นรถวันนี้ มันกลายเป็นของสะสมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวไปแล้ว โดยรวมคลิปนี้เหมาะกับคนที่อยากเสพบรรยากาศรถเก่าแบบไม่ต้องคิดเยอะ ดูแล้วเหมือนได้เดินผ่านงานรวมรถคลาสสิกเล็ก ๆ ที่มี Corolla ยุคแรก ๆ มาให้ชม ใครชอบรถทรงวินเทจญี่ปุ่น โดยเฉพาะสาย Toyota น่าจะดูเพลิน และอาจเผลออยากหา KE สักคันมาแต่งเรียบ ๆ ไว้ขับเล่นวันหยุดเลยก็ได้ครับ เกร็ดความรู้: KE10 KE15 KE25 COROLLA TOYOTA Toyota Corolla รุ่นแรก รหัส E10 เปิดตัวในญี่ปุ่นปี 1966 และเป็นจุดเริ่มต้นของตระกูล Corolla ที่กลายเป็นหนึ่งในรถขายดีที่สุดของ Toyota รหัส KE10 มักหมายถึง Corolla ซีดานยุคแรก ใช้เครื่องยนต์ตระกูล K แบบ 4 สูบ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์พื้นฐานสำคัญของ Corolla ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 KE15 เกี่ยวข้องกับตัวถังคูเป้/ฟาสต์แบ็กในตระกูล Corolla รุ่นแรก โดยมีบทบาทสำคัญในการต่อยอดภาพลักษณ์ให้ Corolla ดูสปอร์ตขึ้น KE25 อยู่ในเจเนอเรชันที่ 2 ของ Corolla รหัส E20 ซึ่งทำตลาดช่วงต้นทศวรรษ 1970 และมีตัวถังคูเป้ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มรถคลาสสิก Corolla ยุค KE10–KE25 มีจุดเด่นเรื่องขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา โครงสร้างเรียบง่าย และอะไหล่เครื่องยนต์ตระกูล K ที่หาได้ง่ายในหลายประเทศ ความสำเร็จของ Corolla รุ่นแรกและรุ่นที่ 2 ช่วยวางรากฐานให้ Toyota แข็งแกร่งในตลาดรถครอบครัวขนาดเล็กทั่วโลก

โลกกลม ๆ ของคนรักรถเรโทร - บางแสนกรังปรีซ์ครั้งที่ 14 - article illustration
Car Meet & Community, Event & Gathering

โลกกลม ๆ ของคนรักรถเรโทร – บางแสนกรังปรีซ์ครั้งที่ 14

โลกกลม ๆ ของคนรักรถเรโทร – บางแสนกรังปรีซ์ครั้งที่ 14 คลิปนี้พาไปอยู่ในบรรยากาศของ “บางแสนกรังด์ปรีซ์ ครั้งที่ 14” ในมุมที่คนรักรถเรโทรน่าจะดูแล้วอมยิ้มได้ง่าย ๆ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องรถแข่งหรือความเร็วอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกของการได้เดินอยู่ท่ามกลางรถเก่า รถคลาสสิก และผู้คนที่มีความชอบเหมือนกัน เหมือนโลกกลม ๆ ของคนรักรถที่พอมาเจอกันแล้วคุยกันได้ยาว แบบไม่ต้องนัดกันมาก่อน เสน่ห์ของงานแนวนี้คือบรรยากาศรอบตัวนี่แหละ บางแสนเองก็มีภาพจำที่ชัดอยู่แล้ว ทั้งถนนริมทะเล แสงแดด ลมทะเล และฟีลของสนามแข่งริมเมือง พอเอารถเรโทรเข้ามาอยู่ในฉากแบบนี้ มันเลยดูมีชีวิตมากขึ้น รถแต่ละคันไม่ได้เป็นแค่ของสะสม แต่เหมือนพาเรื่องราวของยุคหนึ่งติดมาด้วย ทั้งรูปทรง สีสัน เสียง และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนชอบรถมักหยุดมองนานกว่าปกติ ชื่อคลิปใช้คำว่า “โลกกลม ๆ” ก็เข้ากับบรรยากาศดี เพราะวงการรถเรโทรมักมีความเชื่อมโยงกันแบบแปลก ๆ ไปงานหนึ่งก็เจอคนคุ้นหน้า เจอรถคันที่เคยเห็นในอีกงาน หรือเจอเจ้าของรถที่พร้อมเล่าเรื่องเดิมได้อย่างสนุกเหมือนเล่าครั้งแรก ความสนุกมันอยู่ตรงนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรถแพงที่สุดหรือแต่งจัดที่สุด แค่มีคาแรกเตอร์ มีความตั้งใจ และมีคนรักมันจริง ๆ ก็ทำให้รถคันนั้นน่าสนใจแล้ว บางแสนกรังด์ปรีซ์ถือเป็นงานมอเตอร์สปอร์ตที่มีเอกลักษณ์มากในไทย เพราะไม่ได้จัดอยู่ในสนามปิดแบบทั่วไป แต่มีบรรยากาศของเมืองและทะเลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน พอรวมกับโซนหรือกลุ่มรถเรโทร ก็ยิ่งทำให้งานดูมีหลายรสชาติ คนที่ชอบแข่งก็ได้ดูความมัน คนที่ชอบรถเก่าก็ได้เดินดูรายละเอียด ส่วนคนที่ไม่ได้อินลึกมากก็ยังเพลินกับบรรยากาศและภาพรถสวย ๆ ได้ โดยรวมคลิปนี้เหมือนชวนเราไปเดินเล่นในงานรถมากกว่าจะเล่าแบบจริงจัง เป็นฟีลพาไปซึมซับบรรยากาศของคนรักรถเรโทรในพื้นที่เดียวกัน ใครชอบรถเก่า ชอบงานรถริมทะเล หรือชอบดูวัฒนธรรมของคนเล่นรถไทย ๆ คลิปนี้น่าจะเป็นอีกคลิปที่เปิดแล้วดูเพลิน ได้ทั้งกลิ่นอายงานแข่งและความอบอุ่นของชุมชนคนรักรถในเวลาเดียวกันครับ เกร็ดความรู้: รถเรโทรในงาน Bangsaen Grand Prix Bangsaen Grand Prix เป็นบรรยากาศที่ทำให้รถคลาสสิกดูมีชีวิตมากขึ้น เพราะรถไม่ได้อยู่แค่ในลานจอด แต่มีฉากเมืองทะเล ถนน และกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตอยู่รอบ ๆ ในงานแนวนี้รถเรโทรที่เด่นมักเป็นรถขนาดเล็กถึงกลาง เช่น Corolla, BMW 02 Series, Mini, Volkswagen และรถญี่ปุ่นยุค 70s เพราะรูปทรงกะทัดรัดเข้ากับบรรยากาศสนามถนนมาก สิ่งที่ควรสังเกตคือรถแต่ละคันไม่ได้แต่งเหมือนกันหมด บางคันเก็บเดิม บางคันใส่ล้อ period correct บางคันเล่นกลิ่นอายรถแข่ง ทำให้ภาพรวมของงานดูหลากหลาย เกร็ดความรู้: มิตติ้งรถเรโทร งานมิตติ้งรถเรโทรมักไม่ได้มีเสน่ห์แค่รถคันใดคันหนึ่ง แต่เป็นการเอารถหลายยุคมาวางในบรรยากาศเดียวกัน ทำให้เห็นความต่างของเส้นสาย ไฟหน้า กันชน และสัดส่วนรถอย่างชัดเจน รถที่มาในงานแนวนี้มักมีทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกันคลาสสิก จุดที่น่าดูคือแต่ละคันใช้วิธีเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน บางคันเดิมจัด บางคันแต่งล้อจัดทรง บางคันเน้นเครื่องและช่วงล่าง การดูคลิปงานรวมรถจึงควรไล่ดูรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ความสูงรถ ลายล้อ สีตัวถัง สติกเกอร์คลับ และของแต่งยุคเก่า เพราะทั้งหมดช่วยบอกคาแรกเตอร์ของเจ้าของรถได้ดี

Good old day 3 - infinite media - article illustration
Car Meet & Community, Event & Gathering

Good old day 3 – infinite media

Good old day 3 – infinite media คลิปนี้มาในอารมณ์ย้อนวันเก่าแบบสมชื่อ “Good old day 3” เลย ฟีลเหมือนชวนกันเปิดดูภาพบรรยากาศสบาย ๆ ที่ไม่ได้เร่งเล่าอะไรมาก แต่ค่อย ๆ พาเราเข้าไปอยู่กับโมเมนต์นั้น ผ่านงานภาพและเพลงที่ให้ความรู้สึกนุ่ม ๆ ลอย ๆ เหมาะกับการดูเพลิน ๆ ระหว่างพัก หรือเปิดทิ้งไว้แล้วค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศไปด้วย เพลงที่ใช้ในคลิปมีท่อนคุ้นหูอย่าง “If I only could…” ที่ช่วยดึงอารมณ์ของคลิปให้มีความคิดถึงมากขึ้น เหมือนเป็นแบ็กกราวด์ของความทรงจำบางอย่าง ไม่ได้มาในทางเศร้าหนัก ๆ แต่เป็นความรู้สึกแบบนึกถึงช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยผ่านไปแล้ว พอเข้ากับชื่อคลิปก็ยิ่งทำให้ภาพรวมดูมีเสน่ห์ขึ้นอีกนิด ในคลิปยังมีเสียงทักทาย “สวัสดีครับ” ซ้ำ ๆ เป็นช่วง ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนบรรยากาศกันเอง เจอเพื่อน เจอคนคุ้นหน้า หรือกำลังเริ่มต้นอะไรบางอย่างแบบง่าย ๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก จุดนี้ทำให้คลิปดูไม่ห่างเหินเกินไป เหมือนเราไม่ได้แค่ดูวิดีโอ แต่กำลังแวะเข้าไปอยู่ในโมเมนต์เล็ก ๆ กับเขาด้วย โดยรวมแล้วคลิปนี้เหมาะกับคนที่ชอบงานภาพแนวบรรยากาศ มากกว่าการเล่าเป็นเรื่องเป็นราวชัด ๆ ดูแล้วได้ฟีลเหมือนเปิดอัลบั้มเก่า หรือมองย้อนกลับไปหาช่วงเวลาที่เคยเรียบง่ายแต่มีความหมาย งานของ infinite media ในตอนนี้เลยออกมาเป็นคลิปที่ไม่ได้ต้องการอธิบายเยอะ แต่ใช้เพลง เสียง และจังหวะของภาพชวนให้เรารู้สึกไปเอง ถ้าใครชอบคลิปแนวชิล ๆ มีกลิ่นอายความทรงจำ ดูแล้วไม่ต้องคิดตามหนัก คลิปนี้น่าจะตอบโจทย์ เป็นอีกตอนในชุด Good old day ที่เหมาะกับการเปิดดูเพื่อเก็บบรรยากาศ มากกว่าหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ ๆ และบางทีเสน่ห์ของมันก็อยู่ตรงนั้นแหละ คือปล่อยให้เรานึกถึง “วันเก่า ๆ” ในแบบของตัวเองไปพร้อมกับคลิปด้วย เกร็ดความรู้: มิตติ้งรถเรโทร งานมิตติ้งรถเรโทรมักไม่ได้มีเสน่ห์แค่รถคันใดคันหนึ่ง แต่เป็นการเอารถหลายยุคมาวางในบรรยากาศเดียวกัน ทำให้เห็นความต่างของเส้นสาย ไฟหน้า กันชน และสัดส่วนรถอย่างชัดเจน รถที่มาในงานแนวนี้มักมีทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกันคลาสสิก จุดที่น่าดูคือแต่ละคันใช้วิธีเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน บางคันเดิมจัด บางคันแต่งล้อจัดทรง บางคันเน้นเครื่องและช่วงล่าง การดูคลิปงานรวมรถจึงควรไล่ดูรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ความสูงรถ ลายล้อ สีตัวถัง สติกเกอร์คลับ และของแต่งยุคเก่า เพราะทั้งหมดช่วยบอกคาแรกเตอร์ของเจ้าของรถได้ดี

เพลง - คนรักรถเรโทร งานบางแสนกรังปรีซ์ครั้งที่ 14 - article illustration
Car Culture, Event & Gathering

เพลง – คนรักรถเรโทร งานบางแสนกรังปรีซ์ครั้งที่ 14

เพลง – คนรักรถเรโทร งานบางแสนกรังปรีซ์ครั้งที่ 14 คลิปนี้มาในฟีลเพลงของคนรักรถเรโทร ที่พาเราไปอยู่ในบรรยากาศงานบางแสนกรังด์ปรีซ์ครั้งที่ 14 แบบอบอุ่น ๆ ไม่ได้เน้นแค่รถสวยหรือความเท่ของงานอย่างเดียว แต่เหมือนชวนย้อนความรู้สึกของคนที่หลงรักรถเก่า รถคลาสสิก รถที่มีเรื่องราวติดตัวมาด้วยตั้งแต่วันวาน เนื้อเพลงพูดถึงความฝันในวัยเด็กของหลายคนที่เคยเห็นรถรุ่นเก่า เคยนั่งรถของพ่อ หรือเคยมีภาพจำบางอย่างกับรถคันหนึ่ง แล้ววันหนึ่งความชอบนั้นก็กลายเป็นแรงผลักดันให้ตามหารถในฝันของตัวเอง มันเป็นเสน่ห์ของรถเรโทรที่ไม่ได้วัดกันแค่ความแรงหรือความใหม่ แต่เป็นความผูกพัน ความทรงจำ และความรู้สึกที่อยู่กับรถคันนั้น อีกประเด็นที่เด่นมากคือเรื่อง “มิตรภาพ” ของคนรักรถเรโทร คลิปให้ความรู้สึกเหมือนกลุ่มเพื่อนที่มีใจเดียวกัน ได้ออกทริป ได้เจอกันตามงาน ได้ขับรถไปด้วยกันบนเส้นทางต่าง ๆ แล้วความสนุกไม่ได้อยู่แค่ปลายทาง แต่อยู่ระหว่างทางที่มีเพื่อน มีรถ และมีเรื่องให้คุยกันไม่รู้จบ พอโยงกับบรรยากาศงานบางแสนกรังด์ปรีซ์ ก็ยิ่งเข้ากันดี เพราะงานนี้ไม่ได้มีแค่ความเร็วหรือการแข่งขัน แต่ยังเป็นพื้นที่รวมตัวของคนรักรถหลายแนว รถเรโทรเองก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว เวลาอยู่ในงานใหญ่แบบนี้ มันช่วยเติมสีสันให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวา ทั้งความคลาสสิก ความตั้งใจของเจ้าของรถ และความหลงใหลที่คนดูสัมผัสได้ โดยรวมคลิปนี้เหมือนเป็นเพลงแทนใจสายเรโทรมากกว่าแค่คลิปงานรถทั่วไป ดูแล้วนึกถึงความฝันเก่า ๆ รถคันที่เคยชอบ หรือเพื่อนร่วมทางที่เจอกันเพราะความรักในรถเหมือนกัน ใครที่ชอบรถเก่า ชอบบรรยากาศรวมตัวของคอเดียวกัน น่าจะอินกับความรู้สึกเรียบง่ายแต่จริงใจแบบนี้ได้ไม่ยากเลยครับ เกร็ดความรู้: รถเรโทรในงาน Bangsaen Grand Prix Bangsaen Grand Prix เป็นบรรยากาศที่ทำให้รถคลาสสิกดูมีชีวิตมากขึ้น เพราะรถไม่ได้อยู่แค่ในลานจอด แต่มีฉากเมืองทะเล ถนน และกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตอยู่รอบ ๆ ในงานแนวนี้รถเรโทรที่เด่นมักเป็นรถขนาดเล็กถึงกลาง เช่น Corolla, BMW 02 Series, Mini, Volkswagen และรถญี่ปุ่นยุค 70s เพราะรูปทรงกะทัดรัดเข้ากับบรรยากาศสนามถนนมาก สิ่งที่ควรสังเกตคือรถแต่ละคันไม่ได้แต่งเหมือนกันหมด บางคันเก็บเดิม บางคันใส่ล้อ period correct บางคันเล่นกลิ่นอายรถแข่ง ทำให้ภาพรวมของงานดูหลากหลาย เกร็ดความรู้: มิตติ้งรถเรโทร งานมิตติ้งรถเรโทรมักไม่ได้มีเสน่ห์แค่รถคันใดคันหนึ่ง แต่เป็นการเอารถหลายยุคมาวางในบรรยากาศเดียวกัน ทำให้เห็นความต่างของเส้นสาย ไฟหน้า กันชน และสัดส่วนรถอย่างชัดเจน รถที่มาในงานแนวนี้มักมีทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกันคลาสสิก จุดที่น่าดูคือแต่ละคันใช้วิธีเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน บางคันเดิมจัด บางคันแต่งล้อจัดทรง บางคันเน้นเครื่องและช่วงล่าง การดูคลิปงานรวมรถจึงควรไล่ดูรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ความสูงรถ ลายล้อ สีตัวถัง สติกเกอร์คลับ และของแต่งยุคเก่า เพราะทั้งหมดช่วยบอกคาแรกเตอร์ของเจ้าของรถได้ดี

คนคลาสสิค - คนรักรถเรโทร บางแสนกรังปรีซ์ครั้งที่ 14 - article illustration
Car Meet & Community, Event & Gathering

คนคลาสสิค – คนรักรถเรโทร บางแสนกรังปรีซ์ครั้งที่ 14

คนคลาสสิค – คนรักรถเรโทร บางแสนกรังปรีซ์ครั้งที่ 14 คลิปนี้พาไปอยู่กับบรรยากาศของกลุ่ม “คนคลาสสิก” หรือคนรักรถเรโทร ที่มารวมตัวกันในงานบางแสนกรังด์ปรีซ์ ครั้งที่ 14 บอกเลยว่าเป็นฟีลที่คนชอบรถเก่า รถคลาสสิก น่าจะดูแล้วอมยิ้ม เพราะไม่ใช่แค่เอารถมาจอดโชว์ แต่เป็นการรวมตัวกันเพื่อเตรียมวิ่งพาเหรดในสนามจริงของบางแสนสปีดเวย์ด้วย ในคลิปมีการคุยกันถึงบรรยากาศงานปีนี้ว่าเป็นการกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากเว้นช่วงไปในช่วงโควิด พอสถานการณ์ดีขึ้น คนรักรถจากหลายกลุ่มก็กลับมารวมตัวกันได้เต็มที่ งานบางแสนกรังด์ปรีซ์เลยไม่ได้มีแค่รถแข่งในสนาม แต่ยังมีสีสันจากรถเรโทร รถคลาสสิก รถโบราณ รวมถึงรถสวย ๆ หลายแนวที่มาช่วยเติมบรรยากาศให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือเขาพูดถึงสนามบางแสนสปีดเวย์ว่าเป็นสนามที่ยกระดับขึ้นมาอย่างจริงจัง งานนี้จัดกันแบบใหญ่ มีทีมงานระดับประเทศ และบรรยากาศก็ให้ความรู้สึกเหมือนงานมอเตอร์สปอร์ตริมทะเลที่มีเอกลักษณ์มาก ๆ รถที่มาร่วมขบวนจะได้วิ่งในสนามแข่งขันจริง ซึ่งมีทั้งหมด 20 โค้ง แค่คิดภาพรถเรโทรเรียงขบวนวิ่งผ่านโค้งต่าง ๆ ก็ได้อารมณ์คลาสสิกปนสนุกแล้ว อีกมุมที่ดูแล้วน่ารักคือความตั้งใจของคนที่มาร่วมงาน หลายคนตื่นกันตั้งแต่เช้ามาก ๆ เพื่อมารวมตัว เตรียมรถ และเข้าร่วมกิจกรรมพาเหรดให้พร้อม ฟีลมันไม่ใช่แค่งานรถธรรมดา แต่เหมือนเป็นนัดพบของคนคอเดียวกัน ได้เอารถที่รักออกมาวิ่ง ได้เจอเพื่อน ได้แลกเปลี่ยนบรรยากาศ และได้เป็นส่วนหนึ่งของงานใหญ่ระดับบางแสน โดยรวมคลิปนี้เหมาะกับคนที่ชอบดูบรรยากาศรถคลาสสิกแบบเป็นกันเอง ไม่ได้เน้นสเปกหนัก ๆ แต่เน้นความรู้สึกของการรวมกลุ่มคนรักรถมากกว่า เห็นแล้วรู้สึกได้เลยว่ารถเรโทรยังมีเสน่ห์เสมอ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ตาม ยิ่งได้มาอยู่ในฉากของบางแสนกรังด์ปรีซ์ที่มีทั้งสนาม ถนน วิวทะเล และพลังของคนรักรถ ยิ่งทำให้บรรยากาศดูพิเศษขึ้นไปอีกครับ เกร็ดความรู้: รถเรโทรในงาน Bangsaen Grand Prix Bangsaen Grand Prix เป็นบรรยากาศที่ทำให้รถคลาสสิกดูมีชีวิตมากขึ้น เพราะรถไม่ได้อยู่แค่ในลานจอด แต่มีฉากเมืองทะเล ถนน และกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตอยู่รอบ ๆ ในงานแนวนี้รถเรโทรที่เด่นมักเป็นรถขนาดเล็กถึงกลาง เช่น Corolla, BMW 02 Series, Mini, Volkswagen และรถญี่ปุ่นยุค 70s เพราะรูปทรงกะทัดรัดเข้ากับบรรยากาศสนามถนนมาก สิ่งที่ควรสังเกตคือรถแต่ละคันไม่ได้แต่งเหมือนกันหมด บางคันเก็บเดิม บางคันใส่ล้อ period correct บางคันเล่นกลิ่นอายรถแข่ง ทำให้ภาพรวมของงานดูหลากหลาย เกร็ดความรู้: มิตติ้งรถเรโทร งานมิตติ้งรถเรโทรมักไม่ได้มีเสน่ห์แค่รถคันใดคันหนึ่ง แต่เป็นการเอารถหลายยุคมาวางในบรรยากาศเดียวกัน ทำให้เห็นความต่างของเส้นสาย ไฟหน้า กันชน และสัดส่วนรถอย่างชัดเจน รถที่มาในงานแนวนี้มักมีทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกันคลาสสิก จุดที่น่าดูคือแต่ละคันใช้วิธีเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน บางคันเดิมจัด บางคันแต่งล้อจัดทรง บางคันเน้นเครื่องและช่วงล่าง การดูคลิปงานรวมรถจึงควรไล่ดูรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ความสูงรถ ลายล้อ สีตัวถัง สติกเกอร์คลับ และของแต่งยุคเก่า เพราะทั้งหมดช่วยบอกคาแรกเตอร์ของเจ้าของรถได้ดี

คนคลาสสิค - BMW 2002 CLUB THAILAND - article illustration
Car Meet & Community, Event & Gathering

คนคลาสสิค – BMW 2002 CLUB THAILAND

คนคลาสสิค – BMW 2002 CLUB THAILAND คลิปนี้พาไปเจอบรรยากาศแบบคนรักรถคลาสสิกที่ดูอบอุ่นมาก เป็นการรวมตัวของกลุ่ม BMW 2002 Club Thailand ก่อนจะมุ่งหน้าไปงานที่บางแสน เริ่มต้นด้วยการทักทายกันง่าย ๆ สบาย ๆ ที่จุดพักรถ เหมือนนัดเพื่อนออกทริปกันมากกว่าเป็นงานใหญ่จริงจัง บรรยากาศเลยดูเป็นกันเองตั้งแต่ต้นคลิป เสน่ห์ของคลิปคือไม่ได้เน้นโชว์รถแบบจัดเต็มอย่างเดียว แต่ได้เห็นโมเมนต์ของคนในคลับที่ค่อย ๆ ทยอยมากัน ทักทายกัน ถามไถ่กัน แล้วเตรียมตัวออกเดินทางไปพร้อม ๆ กัน ใครที่ชอบฟีลคาร์คลับน่าจะอิน เพราะมันมีความเป็นชุมชนของคนที่รักรถรุ่นเดียวกันจริง ๆ ไม่ใช่แค่เอารถมาจอดโชว์แล้วจบ BMW 2002 เองก็เป็นหนึ่งในรุ่นคลาสสิกที่มีเอกลักษณ์มากของ BMW เส้นสายตัวถังเรียบ ๆ แต่ดูมีคาแรกเตอร์ และเป็นรถที่หลายคนมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นสปอร์ตซีดานยุคหลัง ๆ ของแบรนด์ พอมาอยู่รวมกันหลายคันในบรรยากาศแบบนี้ เลยยิ่งทำให้รู้สึกว่ารถรุ่นนี้ยังมีชีวิตอยู่ผ่านคนที่ดูแลและขับมันจริง ๆ ในคลิปจะได้ยินสมาชิกในกลุ่มแนะนำตัว รวมถึงการพูดถึงการเดินทางไปบางแสน และการรอเพื่อน ๆ ให้ครบก่อนออกตัว เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้คลิปดูจริงและน่ารักดี เหมือนเราได้ไปยืนอยู่ตรงจุดนัดพบด้วย เห็นความคึกคักก่อนขบวนรถจะเริ่มเคลื่อนตัว โดยรวมแล้วคลิปนี้เหมาะกับคนที่ชอบรถคลาสสิก ชอบบรรยากาศคาร์คลับ หรือชอบดูการรวมตัวของคนรักรถแบบไม่ปรุงแต่งมากนัก มันไม่ได้มีแค่รถสวย ๆ ให้ดู แต่มีความสัมพันธ์ของคนในกลุ่ม มีการทักทาย มีเสียงหัวเราะ และมีฟีลของการออกทริปที่ทำให้ BMW 2002 เหล่านี้ดูมีเรื่องราวมากขึ้นเยอะเลยครับ เกร็ดความรู้: BMW 2002 BMW 2002 เป็นสมาชิกตระกูล BMW 02 Series ผลิตช่วงประมาณปี 1968–1976 และถือเป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญที่สร้างภาพลักษณ์ “สปอร์ตซีดาน” ให้ BMW ตัวถังหลักเป็นซีดาน 2 ประตู ขนาดกะทัดรัด โดยมีรูปแบบพิเศษอย่าง Touring ท้ายแฮตช์แบ็ก และรุ่นเปิดประทุน/กึ่งเปิดประทุนจาก Baur เครื่องยนต์หลักของรุ่นนี้อยู่ในตระกูล BMW M10 เบนซิน 4 สูบ โดยรุ่น 2002 ใช้พื้นฐานความจุ 2.0 ลิตร รุ่นย่อยสำคัญ ได้แก่ 2002 ti, 2002 tii ที่ใช้ระบบหัวฉีดกลไก และ 2002 Turbo ซึ่งเป็นรุ่นสมรรถนะสูงที่มีชื่อเสียงมาก BMW 2002 มักถูกมองว่าเป็นบรรพบุรุษทางแนวคิดของ BMW 3 Series เพราะวางสูตรรถขนาดไม่ใหญ่ ขับสนุก เครื่องหน้า ขับเคลื่อนล้อหลังไว้ชัดเจน

RX7 หล่อๆ กับเสียงเครื่องโรตารี - article illustration
Classic Cars, Restoration & Modification

RX7 หล่อๆ กับเสียงเครื่องโรตารี

RX7 หล่อๆ กับเสียงเครื่องโรตารี คลิปนี้พาไปดู Mazda RX-7 หล่อ ๆ ที่แค่เห็นทรงก็รู้เลยว่าเป็นรถที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก ตัวรถแนวสปอร์ตญี่ปุ่นยุคคลาสสิกที่ยังดูเท่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ตาม จุดเด่นคือเส้นสายที่เตี้ย ลู่ลม และให้ฟีลรถซิ่งแบบ JDM แท้ ๆ เห็นแล้วเข้าใจเลยว่าทำไม RX-7 ยังเป็นรถในฝันของหลายคน อีกอย่างที่เด่นมากตามชื่อคลิปก็คือเสียงเครื่องโรตารี เสียงของ RX-7 มันไม่เหมือนรถเครื่องลูกสูบทั่วไป มีความแหลม ลื่น และเป็นเอกลักษณ์ ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงคาแรกเตอร์ของรถทันที สำหรับคนชอบรถ เสียงแบบนี้มันไม่ใช่แค่ดังหรือแรง แต่เป็นเสียงที่มีอารมณ์ มีเสน่ห์ของมันเอง RX-7 เป็นรถที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องยนต์โรตารี โดยเฉพาะตระกูลที่หลายคนรู้จักอย่าง FD ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในไอคอนของรถสปอร์ตญี่ปุ่น จุดที่ทำให้คนจำได้ไม่ใช่แค่ความแรง แต่คือบุคลิกของรถทั้งคัน ทั้งน้ำหนักเบา ทรงสวย และเครื่องยนต์ที่ให้ฟีลต่างจากรถทั่วไป บรรยากาศในคลิปเหมาะกับคนที่ชอบดูรถแบบไม่ต้องมีอะไรเยอะ แค่ได้เห็นตัวรถ ได้ฟังเสียง ได้ซึมซับฟีลของ RX-7 ก็เพลินแล้ว รถบางคันไม่ต้องเล่าเยอะ เพราะตัวรถกับเสียงเครื่องมันพูดแทนได้หมด โดยเฉพาะคันที่มีทรงสวย ๆ แบบนี้ ยิ่งดูยิ่งอยากเดินวนดูรอบคัน ใครเป็นสาย JDM หรือชอบรถยุค 90 คลิปนี้น่าจะถูกใจง่ายมาก เพราะ RX-7 เป็นรถที่มีทั้งความสวย ความดิบ และความเป็นตำนานอยู่ในคันเดียว ดูจบแล้วน่าจะเข้าใจว่าทำไมเสียงโรตารีถึงทำให้หลายคนหลงรัก และทำไม RX-7 ถึงยังเป็นชื่อที่พูดขึ้นมาเมื่อไรก็มีคนหันมามองเสมอ เกร็ดความรู้: RX7 หล่อๆ กับเสียงเครื่องโรตารี Mazda RX-7 เป็นสปอร์ตคาร์เครื่องยนต์โรตารี ขับเคลื่อนล้อหลัง ผลิตตั้งแต่ปี 1978 ถึง 2002 รุ่นหลักแบ่งเป็น 3 เจเนอเรชัน: SA/FB, FC และ FD โดย FD เป็นรุ่นที่โด่งดังมากในยุค 1990 จุดเด่นของ RX-7 คือการใช้เครื่องยนต์โรตารีตระกูล 12A และ 13B ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดและรอบจัด RX-7 FD ใช้เครื่องยนต์ 13B-REW ทวินเทอร์โบ และเป็นหนึ่งในรถญี่ปุ่นยุคทองที่ได้รับความนิยมสูงในสายแต่งและมอเตอร์สปอร์ต ตัวถังหลักของ RX-7 เป็นคูเป้ 2 ประตู โดยเจเนอเรชัน FC เคยมีรุ่นเปิดประทุนในบางตลาด รุ่นพิเศษช่วงท้ายการผลิตที่เป็นที่รู้จักมากคือ Spirit R ซึ่งออกมาเป็นรุ่นส่งท้ายของ RX-7 FD ในญี่ปุ่น

Scroll to Top